เล่มที่ 69
บทว่า เอตํ เป็นสามัญวจนะ
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 40
เนื้อหา
บทว่า เอตํ เป็นสามัญวจนะ. ด้วยบทนั้นท่านทำให้เป็นนปุงสกวจนะ และเอกวจนะว่า นั่นเวทนาของเรา นั่นสังขารของเรา. แต่บทว่า เอโส ท่านเพ่งถึงสิ่งที่ควรกล่าวถึง จึงทำให้เป็นปุลลิงควจนะ. พระสูตรเป็น ตึสสตํ (๑๓๐) แต่อรรถกถาใช้คำว่า ตีณิสตํ (๓๐๐) เป็นวจนะวิปลาส นับ จำนวนดังนี้คือ ขันธ์ ๕, อายตนะ ๑๒, วิญญาณ ๖, จักขุสัมผัสสชาเวทนา ๖, สัญญา ๖ สัญเจตนา ๖, ตัณหา ๖, วิตก ๖, วิจาร ๖, ธาตุ ๖, กสิณ ๑๐, โกฏฐาส ๓๒, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘, อินทรีย์ ๑๕, ธาตุ ๒๓, ปฏิจจะ ๑๒, รวม ๑๙๓ นับที่ตั้งแห่งทิฏฐิ ๘ ความกลุ้มรุม ทิฏฐิ ๑๘ ทิฏฐิ ๑๖, ทิฏฐิอีก ๓ (คือนั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเรา) และทิฏฐิ ๖๒ รวมทั้งหมด ๓๐๐ พอดี. บทว่า เอตํ มม (นั่นของเรา) เป็นทิฏฐิมีความสำคัญ เพราะตัณหา เป็นมูล. บทว่า เอโสหมสฺมิ (เราเป็นนั่น) เป็นทิฏฐิมีความสำคัญ เพราะ มานะเป็นมูล. บทว่า เอโส เม อตฺตา (นั่นเป็นตัวตนของเรา) มีความสำคัญ เพราะทิฏฐินั่นเอง. ส่วนอาจารย์บางพวกพรรณนาความแห่งคำทั้ง ๓ เหล่านี้ว่า ความดำริ ด้วยมมังการ (ความถือว่าเป็นของเรา) ว่านั่นเป็นของเรา ความดำริด้วย อหังการ (ความถือว่าเป็นเรา) ว่าเราเป็นนั่น และการถือมั่นตัวตนอันดำริ ด้วยอหังการ มมังการว่า นั่นเป็นตัวตนของเรา. อนึ่ง การยกย่องด้วยมานะ อาศัยตัณหาเป็นมูลตามลำดับ อันมานะยกย่องแล้วอาศัยตัณหาเป็นมูล และ การยึดถือตัวตน. การไม่เห็นลักษณะที่เป็นทุกข์แห่งสังขารทั้งหลาย การไม่ เห็นลักษณะที่เป็นของไม่เที่ยงแห่งสังขารทั้งหลาย และการยึดถือตัวตนอันเป็น เหตุไม่เห็นพระไตรลักษณ์แห่งสังขารทั้งหลาย การยึดถือตัวตนของผู้ที่ถึงความ วิปลาสในความทุกข์ว่าเป็นความสุข ในความไม่งามว่าเป็นความงาม ในความ เป็นของไม่เที่ยงว่าเป็นของเที่ยง และผู้ถึงความวิปลาส ๔ อย่าง. ความดำริ ด้วยอาการแห่งปุพเพนิวาสญาณ ความดำริ เพื่อจะได้ในอนาคตแห่งทิพยจักษุ ญาณ และการยึดถือตัวตนของผู้อาศัยความดำริในธรรมทั้งหลายอันเป็น อิทัปปัจจยตา (สิ่งนี้เป็นปัจจัยของสิ่งนี้) และปฏิจจสมุปบาททั้งส่วนเบื้องต้น และส่วนเบื้องปลาย คำนึงถึงอดีตด้วยความพอใจ หวังอนาคตด้วยความพอใจ หมกมุ่นอยู่ในปัจจุบัน ชื่อว่ายึดถือตัวตน. ทิฏฐิมีความไม่รู้เป็นเหตุในส่วน เบื้องต้น ในส่วนเบื้องปลาย และการยึดถือตัวตนมีความไม่รู้เป็นเหตุ ในธรรม ทั้งหลายอันเป็นอิทัปปัจจยตา และปฏิจจสมุปบาทในส่วนเบื้องต้นและส่วน เบื้องปลาย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน