เล่มที่ 56
ในกาลบัดนี้ พระสีวลีนั้นต้องอยู่ในโลหกุมภีตลอด ๗ ปี ถึงความเ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 241
เนื้อหา
ในกาลบัดนี้ พระสีวลีนั้นต้องอยู่ในโลหกุมภีตลอด ๗ ปี ถึงความเป็นผู้หลงครรภ์ ๗ วัน ด้วยกระแสกรรมที่ล้อมพระนคร ตัดการไปมาเสียเด็ดขาดถึง ๗ วัน แล้วยืดเอา ก็แต่ว่าท่านได้ ให้มหาทาน กระทำความปรารถนาไว้แทบพระบาท แห่งพระ- ปทุมุตตรพุทธเจ้าว่า ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้เลิศกว่าบุคคลผู้มีลาภ ทั้งหลาย และในครั้งพระวิปัสสีพุทธเจ้า ร่วมกับชาวเมืองถวาย เนยแข็ง มีมูลค่าราคาหนึ่งพัน แล้วได้กระทำความปรารถนา ไว้ ด้วยอานุภาพแห่งทานนั้น จึงได้เป็นผู้เลิศกว่าผู้มีลาภทั้งหลาย ส่วนพระนางสุปปวาสาเล่า เพราะส่งข่าวไปว่า จงล้อมพระนคร ยึดเอาเถิดพ่อ จึงต้องทรงบริหารครรภ์อุ้มพระอุทรตลอด ๗ ปี แล้วยังต้องเกิดครรภ์หลงอีกถึง ๗ วัน ดังนี้แล. พระศาสดาทรง นำเอาเรื่องในอดีตนี้มาสาธกแล้ว ตรัสพระคาถานี้ เป็นอภิสัม- พุทธคาถา ความว่า :- " สิ่งที่ไม่น่าชื่นชม ข่มผู้ประมาทไว้ ด้วยทีท่าอันน่าชื่นชม ส่งที่ไม่น่ารัก ข่มผู้ ประมาทไว้ ด้วยทีท่าอันน่ารัก ทุกข์ข่มผู้ประมาท ไว้ด้วยทีท่าของความสุข" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสาตํ สาตรูเปน ความว่า สิ่งที่ไม่น่าชื่นชม คือไม่มีรสหวานเลย ย่อมข่มผู้ประมาทด้วย ทีท่าเหมือนมีรสอร่อย. บทว่า ปมตฺตมติวตฺตติ มีอธิบายว่า สิ่งทั้ง ๓ อย่างนี้คือ สิ่งที่ไม่น่าชื่นชม สิ่งที่ไม่น่ารัก และ ทุกข์ ย่อมข่ม คือครอบงำ บุคคลผู้ประมาทแล้ว ด้วยสามารถแห่งการอยู่ปราศจากสติ ด้วยอาการมีทีท่าอันน่าชื่นชมเป็นต้นนี้ เรื่องนี้พึงทราบว่า ข้อที่ มารดาและบุตรเหล่านั้น ถูกสิ่งที่ไม่น่าชื่นชม กล่าวคือ การบริหาร ครรภ์ และการอยู่ในครรภ์เป็นต้นนี้ ครอบงำแล้ว ด้วยการ เปรียบให้เห็น การปิดล้อมพระนครไว้ในครั้งก่อนเป็นต้น อันใด ก็ดี ข้อที่บัดนี้อุบาสิกานั้น ยอมให้สิ่งที่ไม่น่าชื่นชม ไม่น่ารัก เป็นทุกข์เห็นปานนี้ ครอบงำซ้ำอีกถึง ๗ ครั้ง ด้วยรูปเทียม อันชวนให้เข้าใจผิดว่าน่าชื่นชม กล่าวคือบุตร อันเป็นที่ตั้งแห่ง ความรักเป็นต้น จึงกราบทูลอย่างนั้น อันใดก็ดีพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหมายเอาสิ่งนั้น ๆ ทั้งหมด ตรัสแล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน