เล่มที่ 56

บทว่า อณฺฑภูตา ภตา ภริยา ความว่า <อัณฑะ ท่านเรียกว่า พืช ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 76


เนื้อหา

บทว่า อณฺฑภูตา ภตา ภริยา ความว่า <อัณฑะ ท่านเรียกว่า พืช คือ หญิงที่ถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นพืช คือถูกนำมาเลี้ยง แต่ในเวลาที่ยังไม่คลอดจากต้องของแม่. อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ว่า ภตา หมายถึงเป็นคำถาม คือถามว่า นั่นเป็นใคร ? เป็นภรรยา คือเป็นเจ้าของบุตร เป็นหญิงบำเรอ. เพราะว่า หญิงนั้นท่าน เรียกว่า ภรรยา เพราะเป็นหญิงที่ต้องเลี้ยงด้วยภัตร์ และผ้า เป็นต้น ๑ เพราะมีความสังวรระวังอันถูกทำลายแล้ว ๑ เพราะ ต้องเลี้ยงด้วยโลกธรรม ๑ บทว่า ชาตุ ในบาทคาถาว่า ตาสุ โก ชาตุ วิสฺสเส นี้ เป็นคำกล่าวโดยส่วนเดียว. อธิบายว่า ในเมื่อภรรยาเหล่านั้น แม้ถึงจะถูกคุ้มกัน ตั้งแต่อยู่ในท้องของมารดา ก็ยังถึงวิการ (นอกใจ) อย่างนี้ได้ใครเล่า คือคนฉลาด หน้าไหน จะพึงวางใจ ได้ภรรยาได้อย่างแน่นอน ได้แก่ใครเล่า ควรจะเชื่อได้ว่า หญิง เหล่านี้ ไม่มีวิการ (นอกใจ) ในเรา. เพราะว่าขึ้นชื่อว่า มาตุคาม ในเมื่อมีผู้เรียกร้อง ในเมื่อมีผู้เชื้อเชิญ ด้วยอำนาจอสัทธรรม ใคร ๆ ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้เลย. พระโพธิสัตว์ ทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์อย่างนี้. พราหมณ์ฟังธรรมเทศนาของพระโพธิสัตว์แล้ว ไปสู่นิเวศน์ กล่าวกะมาณวิกานั้นว่า ได้ยินว่า เจ้ากล้าทำชั่วถึงขนาดนี้เชียว หรือ ? มาณวิกาถามว่า ท่านเจ้าค๊ะ ใครพูดอย่างนี้เล่าค่ะ ดิฉัน นี่แหละเขกหัวที่ท่าน คนอื่นไม่มีใครดอก. ถ้าท่านไม่เชื่อว่า ดิฉัน ไม่ทรามสัมผัสชายอื่น เว้นจากท่านแล้ว จักกระทำสัจจกิริยา ลุยไฟให้ท่านเชื่อ. พราหมณ์กล่าวว่า อย่างนั้นก็ดี จึงให้สุมฟืน กองใหญ่จุดไฟ แล้วเรียกนางมากล่าวว่า ถ้าเจ้าแน่ใจตนเอง จง ลุยไฟเถิด. ฝ่ายมาณวิกากล่าวซักซ้อมกะหญิงผู้บำรุงของตน ไว้ก่อนทีเดียวว่า แม่คุณ จงไปบอกลูกของแม่ให้ไปที่นั่น ในเวลา ฉันลุยไฟ ให้จับมือฉันไว้. หญิงนั้นก็ไปบอกอย่างนั้น. นักเลง มายืนอยู่ท่ามกลางมหาชน. มาณวิกาหวังจะลวงพราหมณ์ ยืนอยู่ ท่ามกลางมหาชน กระทำสัจจกิริยาว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ขึ้นชื่อว่า การสัมผัสด้วยมือของชายอื่น ยกเว้นท่านแล้ว ดิฉัน ไม่เคยรู้จักเลย ด้วยสัจจะนี้ ขอไฟนี้อย่าไหม้ฉันเลย พลางทำท่า จะลุยไฟ. ในขณะนั้น นักเลงก็ประกาศว่า ดูเถิดท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย จงดูการกระทำของพราหมณ์ปุโรหิต ท่านจะให้มาตุคาม ผู้งามอย่างนี้ลุยไฟ แล้วตรงไปจับมือนางไว้ นางสะบัดมือแล้ว พูดกับปุโรหิตว่า ท่านเจ้าขา สัจจกิริยาของดิฉันถูกทำลายเสีย แล้ว ดิฉันไม่อาจลุยไฟได้เจ้าค่ะ. พราหมณ์ถามว่า เพราะเหตุไร ? มาณวิกาตอบว่า ในวันนี้ดิฉันได้ทำสัจจกิริยาไว้อย่างนี้ว่า ยกเว้น สามีของดิฉันแล้ว ดิฉันไม่รู้สัมผัสมือของชายอื่นเลย บัดนี้ ดิฉัน ถูกชายคนนี้จับมือเสียแล้ว เจ้าค่ะ. พราหมณ์รู้ทันว่า เราถูก นางมาณวิกาลวงเอา ก็โบยตีนางแล้วได้ไป. ได้ยินว่า หญิงเหล่านี้ ประกอบไปด้วยอสัทธรรมอย่างนี้ ทำกรรมชั่วช้าเป็นอันมาก เพื่อจะลวงสามีของตน ทำการสบถได้ทั้งวันว่า ดิฉันไม่ได้กระทำ อย่างนี้ ย่อมเป็นหญิงมีจิตปรวนแปรไปได้ต่าง ๆ. สมดังคาถา ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ว่า :-


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน