เล่มที่ 53

ไม่ ทราบว่า ภิกษุรูปใดมีใจไม่ถูกมานะทำให้เร่าร้อน เป็นผู้ เร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 391


เนื้อหา

ครั้งหนึ่ง ท่านพระวังคีสเถระนึกถึงพระนิโครธกัปปเถระ ผู้เป็น พระอุปัชฌาย์ของตน ที่มรณภาพแล้วว่า จะได้สำเร็จนิพพานหรือไม่ จึงกราบทูลถามพระบรมศาสดาด้วย ๑๒ คาถา ความว่า ข้าพระองค์ขอทูลถามพระศาสดา ผู้มีพระปัญญาไม่ ทราบว่า ภิกษุรูปใดมีใจไม่ถูกมานะทำให้เร่าร้อน เป็นผู้ เรืองยศ ตัดความสงสัยในธรรมที่ตนเห็นมาได้แล้ว ได้ มรณภาพลงที่อัคคาฬววิหาร ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ภิกษุรูปนั้นเป็นพราหมณ์มาแต่กำเนิด มีนามตามที่พระ- องค์ทรงประทานตั้งให้ว่า พระนิโครธกัปปเถระ ผู้มุ่งแต่ ความหลุดพ้น ปรารภความเพียร เห็นธรรมอันมั่นคง ได้ถวายบังคมพระองค์แล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยะทรงมี พระจักษุรอบคอบ แม้ข้าพระองค์ทั้งหมดปรารถนาจะ ทราบพระสาวกองค์นั้น โสตของข้าพระองค์ทั้งหลาย เตรียมพร้อมที่จะฟังพระดำรัสตอบ. พระองค์เป็นพระ- ศาสดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ซึ่งจะหาศาสดาอื่นเทียม เท่ามิได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระปัญญากว้างขวาง ขอ พระองค์ทรงตัดความเคลือบแคลงสงสัย ของข้าพระองค์ ทั้งหลายเถิด และขอได้โปรดตรัสบอกพระนิโครธกัปป- เถระผู้ปรินิพพานไปแล้วแก่ข้าพระองค์ด้วย ข้าแต่พระ- องค์ผู้มีพระจักษุรอบคอบ ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ใน ท่ามกลางแห่งข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด เหมือนท้าวสักก- เทวราชผู้มีพระเนตรตั้งพัน ตรัสบอกแก่เทวดาทั้งหลาย ฉะนั้น กิเลสเครื่องร้อยรัดชนิดใดชนิดหนึ่งในโลกนี้ ที่ เป็นทางก่อให้เกิดความหลงลืม เป็นฝ่ายแห่งความไม่รู้ เป็นมูลฐานแห่งความเคลือบแคลงสงสัย กิเลสเครื่อง ร้อยรัดเหล่านั้น พอมาถึงพระตถาคตเจ้าย่อมพินาศไป พระตถาคตเจ้าผู้มีพระจักษุยิ่งกว่านรชนทั้งหลาย ก็ถ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า จะเป็นบุรุษชนิดที่ทรงถือเอาแต่เพียง พระกำเนิดมาเท่านั้นไซร้ ก็จะไม่พึงทรงประหารกิเลส ทั้งหลายได้ คล้ายกับลมที่รำเพยพัดมาครั้งเดียว ไม่อาจ ทำลายกลุ่มหมอกที่หนาได้ฉะนั้น โลกทั้งปวงที่มืดอยู่ แล้ว ก็จะยิ่งมืดหนักลง ถึงจะมีสว่างมาบ้าง ก็ไม่สุกใส ได้ นักปราชญ์ทั้งหลายเป็นผู้กระทำแสงสว่างให้เกิดขึ้น ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงปรีชา เหตุนั้น ข้าพระองค์จึงขอเข้า ถึงพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์เข้าใจว่าทรงทำแสงสว่างให้ เกิดขึ้นได้เองเช่นนั้น ผู้เห็นแจ้ง ทรงรอบรู้สรรพธรรม ตามความเป็นจริงได้ ขอเชิญพระองค์โปรดทรงประกาศ พระนิโครธกัปปเถระ ผู้อุปัชฌายะของข้าพระองค์ที่ ปรินิพพานไปแล้ว ให้ปรากฏในบริษัทด้วยเถิด. พระผู้- มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงเปล่งพระดำรัส ก็ทรงเปล่งด้วย พระกระแสเสียงกังวาน ที่เกิดแต่พระนาสิก ซึ่งนับเข้า ในมหาบุรุษลักษณะด้วยประการหนึ่ง อันพระบุญญาธิการ ตบแต่งมาดี ทั้งเปล่งได้อย่างรวดเร็วและแผ่วเบาเป็น ระเบียบ เหมือนกับพญาหงส์ทองท่องเที่ยวหาเหยื่อ พบ ราวไพรใกล้สระน้ำ ก็ชูคอป้องปีกทั้งสองขึ้นส่งเสียงอยู่ ค่อย ๆ ด้วยจะงอยปากอันแดงฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งหมด ตั้งใจตรง กำลังจะฟังพระดำรัสของพระองค์อยู่ ข้า- พระองค์จักเผยการเกิดและการตาย ที่ข้าพระองค์ละมา ได้หมดสิ้นแล้ว จักแสดงบาปธรรมทั้งหมดที่เป็นเครื่อง กำจัด เพราะผู้กระทำตามความพอใจของตน ๓ จำพวก มีปุถุชนเป็นต้น ไม่อาจเพื่อจะรู้ธรรมที่ตนปรารถนาหรือ แสดงได้ ส่วนผู้กระทำความไตร่ตรอง พิจารณาตาม เหตุผลของตถาคตเจ้าทั้งหลาย สามารถจะรู้ธรรมที่ตน ปรารถนาทั้งแสดงได้ พระดำรัสของพระองค์นี้เป็นไวยา- กรณ์อันสมบูรณ์ พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วด้วยพระปัญญา ที่ตรง ๆ โดยไม่มีการเสียดสีใครเลย การถวายบังคม ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย อันข้าพระองค์ถวายบังคมดีแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระปัญญาไม่ทราม พระองค์ทรงทราบ แล้วจะทรงหลงล้มไปก็หามิได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระ- วิริยะอันไม่ต่ำทราม พระองค์ตรัสรู้อริยธรรมอันประ- เสริฐกว่าโลกิยธรรมมาแล้ว ก็ทรงทราบพระเญยยธรรม ทุกอย่างได้อย่างไม่ผิดพลาด ข้าพระองค์หวังเป็นอย่าง ยิ่งซึ่งพระดำรัสของพระองค์ เหมือนกับคนที่มีร่างอันชุ่ม เหงื่อคราวหน้าร้อน ปรารถนาน้ำเย็นฉะนั้น ขอพระองค์ ทรงยังฝน คือพระธรรมเทศนาที่ข้าพระองค์เคยฟังมาแล้ว ให้ตกลงเถิด พระเจ้าข้า ท่านนิโครธกัปปะได้ประพฤติ พรหมจรรย์ เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์ของท่านนั้น เป็นประโยชน์ไม่เปล่าแลหรือ ท่านนิพพานด้วยอนุปา- ทิเสสนิพพานแล้วหรือ ท่านเป็นพระเสขะยังมีเบญจขันธ์ เหลืออยู่ หรือว่าท่านเป็นพระอเสขะผู้หลุดพ้นแล้ว ข้า- พระองค์ขอฟังพระดำรัสที่ข้าพระองค์มุ่งหวังนั้น พระเจ้า- ข้า.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน