เล่มที่ 53

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺทิฏฺ€ิกํ แปลว่า เห็นประจักษ์

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 94


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺทิฏฺ€ิกํ แปลว่า เห็นประจักษ์. บทว่า อกาลิกํ ได้แก่ ไม่พึงบรรลุผลในกาลอื่น เพราะเกิดผลใน ลำดับมรรค. บทว่า ยตฺถ แปลว่า เพราะพรหมจรรย์ใดเป็นนิมิต. จริงอยู่ บรรพชาอันมีมรรคพรหมจรรย์เป็นนิมิต ไม่เป็นหมัน คือไม่ไร้ผล. อีก อย่างหนึ่ง บทว่า ยตฺถ ความว่า ผู้ไม่ประมาท คือผู้เว้นจากการอยู่ ปราศจากสติ ศึกษาอยู่ในสิกขา ๓ ในศาสนาใด. ก็ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว จึงได้ตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมา เถิด. ในขณะนั้นเอง คนทั้งหมดนั้นเป็นผู้ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จ ด้วยฤทธิ์ เป็นประดุจพระเถระ ๖๐ พรรษา ถวายอภิวาทพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าแล้วแวดล้อมอยู่. เสลพราหมณ์นั้นครั้นบวชแล้ว บำเพ็ญวิปัสสนา ในวันที่ ๗ พร้อม ทั้งบริษัทได้บรรลุพระอรหัต. ด้วยเหตุนั้น ท่านจงกล่าวไว้ในอปทานว่า ๑ ข้าพระองค์เป็นเจ้าของถนน อยู่ในนครหังสวดี ได้ ประชุมบรรดาญาติของข้าพระองค์แล้ว ได้กล่าวดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก เป็นบุญเขตอันสูง ๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๓๙๔. สุด พระองค์เป็นผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลกทั้งปวง กษัตริย์ก็ดี ชาวนิคมก็ดี พราหมณมหาศาลก็ดี ล้วนมี จิตเลื่อมใสโสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก พลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า ล้วนมีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก คนครึ่งชาติ พ่อเป็นกษัตริย์แม้เป็นศูทรก็ดี ราชบุตรก็ดี พ่อค้าก็ดี พราหมณ์ก็ดี ล้วนมีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้พากัน ประพฤติธรรมเป็นอันมาก พ่อค้าก็ดี คนรับจ้างก็ดี คน รับใช้อาบน้ำก็ดี ช่างกรองดอกไม้ก็ดี ล้วนมีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก ช่างย้อม ก็ดี ช่างหูกก็ดี ช่างเย็บผ้าก็ดี ช่างกัลบกก็ดี ล้วนมีจิต เลื่อมใสโสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก ช่าง ศรก็ดี ช่างกลึงก็ดี ช่างหนังก็ดี ช่างถากก็ดี ล้วนมีจิต เลื่อมใสโสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก ช่างเหล็กก็ดี ช่างทองก็ดี ช่างดีบุกและช่างทองแดงก็ดี ล้วนมีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็น อันมาก ลูกจ้างก็ดี ช่างซักรีดก็ดี ทาสและกรรมกรก็ดี เป็นอันมากได้พากันประพฤติธรรมตามกำลังของตน ๆ คน ตักน้ำขายก็ดี คนขนไม้ก็ดี ชาวนาก็ดี คนเกี่ยวหญ้าก็ดี ได้พากันประพฤติธรรมตามกำลังของตน ๆ. คนขาย ดอกไม้ คนขายพวงมาลัย คนขายรบไม้และคนขาย ผลไม้ ได้พากันประพฤติธรรมตามกำลังของตน ๆ. หญิง แพศยา นางกุมภทาสี คนขายขนมและคนขายปลา ได้ พากันประพฤติธรรมตามกำลังของตน ๆ. เราทั้งหมดนี้ มาประชุมร่วมเป็นพวกเดียวกัน ทำบุญกุศลในพระ- พุทธเจ้าผู้เป็นเขตบุญอย่างยอดเยี่ยม ญาติเหล่านั้นฟัง คำของข้าพระองค์แล้ว รวมกันเป็นคณะในขณะนั้น แล้ว กล่าวว่า พวกเราควรให้สร้างโรงฉันอันทำอย่างสวยงาม ถวายแก่ภิกษุสงฆ์. ข้าพระองค์ให้สร้างโรงฉันนั้นสำเร็จ แล้ว มีใจเบิกบานยินดี แวดล้อมด้วยญาติทั้งหมดนั้น เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนาถะของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ ถวายบังคม แทบพระบาทของพระศาสดาแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระวีรมุนี บุรุษประมาณ ๓๐๐ คนนี้ ร่วมกันเป็น คณะ ขอมอบถวายโรงฉันอันสร้างอย่างสวยงามแด่ พระองค์ ขอพระองค์ผู้มีจักษุ ผู้เป็นประธานของภิกษุ- สงฆ์ โปรดทรงรับเถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ ต่อหน้าบุรุษ ๓๐๐ คนว่า บุรุษทั้ง ๓๐๐ คนและผู้เป็นหัวหน้า ร่วมกันประพฤติ ท่านทั้งปวงพากัน ทำแล้ว จักได้เสวยสมบัติเมื่อถึงภพหลังสุด ท่านทั้งหลาย จักเห็นนิพพานอันเป็นภาวะเย็นอย่างยอดเยี่ยม ไม่แก่ ไม่ตาย เป็นแดนเกษม พระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมกว่าผู้รู้ ธรรมทั้งปวง ทรงพยากรณ์อย่างนี้ ข้าพระองค์ได้ฟัง พระพุทธพจน์แล้วได้เสวยโสมนัส ข้าพระองค์รื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัป เป็นใหญ่กว่าเทวดา เสวยรัชสมบัติอยู่ในเทวโลก ๕๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้า- จักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ในรัชสมบัติ ในมนุษย์นี้ มีพวกญาติเป็นบริษัท ในภพอันเป็นที่สุดที่ถึงนี้ ข้า- พระองค์เป็นบุตรพราหมณ์ชื่อว่าเสฏฐะ ผู้สั่งสมสมบัติ ไว้ประมาณ ๘๐ โกฏิ ข้าพระองค์มีชื่อว่าเสละ ถึงที่สุด ในองค์ ๖ แวดล้อมด้วยศิษย์ของตน เดินเที่ยวไปสู่วิหาร ได้เห็นดาบสชื่อเกนิยะ ผู้เต็มไปด้วยภาระคือชฎา จัด แจงเครื่องบูชา จึงได้ถามดังนี้ว่า ท่านจักทำอาวาหมงคล วิวาหมงคล หรือท่านเชื้อเชิญพระราชา.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน