เล่มที่ 52
พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายทรงอุบัตินั่นแล
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 381
เนื้อหา
ท่านบำเพ็ญบุญตลอดชีวิตด้วยอาการอย่างนี้ จุติจากอัตภาพนั่นแล้ว บังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก บังเกิดใน ตระกูลพราหมณ์มหาศาล ในพราหมณคาม ชื่อว่าโทณวัตถุ ไม่ไกลกรุง กบิลพัสดุ์ ก่อนแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายทรงอุบัตินั่นแล. ท่านได้มีนามตามโคตรว่า โกณฑัญญะ, ท่านเจริญวัยแล้ว เรียน เวท ๓ ได้ถึงฝั่งในมนต์สำหรับทายลักษณะ. สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ของ เราทั้งหลาย จุติจากดุสิตบุรี บังเกิดในพระตำหนักของพระเจ้าสุทโธทน- มหาราช ในกรุงกบิลพัสดุ์ ในวันขนานพระนามพระองค์ เมื่อพราหมณ์ ๑๐๘ คนถูกเรียกให้เข้าไปเฝ้า ท่านเป็นผู้ใหม่กว่าเขาทั้งหมดในบรรดา พราหมณ์ ๘ คน ที่ให้นำเข้าไปยังพื้นใหญ่เพื่อกำหนดลักษณะ เห็นความ สำเร็จพระลักษณะของพระมหาบุรุษ จึงถึงความตกลงว่า ผู้นี้จักเป็นพระ- พุทธเจ้าโดยส่วนเดียว จึงได้เที่ยวมองเห็นการออกมหาภิเนษกรมณ์ของ พระมหาสัตว์. ฝ่ายพระมหาสัตว์แล เจริญด้วยบริขารมาก ถึงความเจริญโดยลำดับ ถึงความแก่กล้าแห่งพระญาณ ในปีที่ ๒๙ ก็เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ บรรพชาที่ฝั่งแม่น้ำอโนมานที เสด็จไปอุรุเวลาประเทศโดยลำดับ แล้วเริ่ม ตั้งความเพียร ในกาลนั้น โกณฑัญญมาณพ ทราบว่าพระมหาสัตว์บวช แล้ว พร้อมกับวัปปมาณพเป็นต้น ผู้บุตรของพราหมณ์ผู้กำหนดพระ- ลักษณะ มีตนเป็นที่ ๕ บวชแล้วเข้าไปยังสำนักพระโพธิสัตว์โดยลำดับ อุปัฏฐากพระองค์อยู่ ๖ พรรษา เบื่อหน่ายเพราะการที่พระองค์บริโภค อาหารหยาบ จึงได้หลีกไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน. ครั้งนั้นแล พระ- โพธิสัตว์ได้กำลังกายเพราะบริโภคอาหารหยาบ ประทับนั่งบนอปราชิต- บัลลังก์ ณ ควงแห่งโพธิพฤกษ์ ในวันวิสาขบูรณมี ทรงย่ำยีที่สุดแห่ง มาร ๓ ได้เป็นผู้ตรัสรู้ยิ่งเอง ปล่อยให้ ๗ สัปดาห์ล่วงไป ณ โพธิมัณฑ์ นั่นเอง ทรงทราบความแก่กล้าแห่งญาณของภิกษุปัญจวัคคีย์ จึงเสด็จ ไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในวันอาสาฬหบูรณมี แล้วทรงแสดง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ภิกษุปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ในเวลาจบเทศนา พระโกณฑัญญเถระ ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลพร้อมด้วยพรหม ๑๘ โกฏิ. ลำดับนั้น พระอัญญาโกณฑัญญเถระ ก็ได้กระทำให้แจ้งพระอรหัตผล ด้วยอนัตตลักขณสูตร ในดิถีที่ ๕ แห่งปักษ์ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกล่าวไว้ ในอปทาน๑ว่า เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก เป็นนายกอย่างวิเศษ บรรลุพุทธภูมิ แล้ว เป็นครั้งแรก เทวดาประมาณเท่าไร มาประชุมกัน ที่ควงไม้โพธิทั้งหมด แวดล้อมพระสัมพุทธเจ้า ประณม กรอัญชลีไหว้อยู่ เทวดาทั้งปวงมีใจยินดี เที่ยวประกาศ ไปในอากาศว่า พระพุทธเจ้านี้ ทรงบรรเทาความมืดมน ๑. ขุ. เถร. ๓๒/ข้อ ๙. อนธการแล้ว ทรงบรรลุแล้ว เสียงบันลือลั่นของเทวดา ผู้ประกอบด้วยความร่าเริงเหล่านั้นได้เป็นไปว่า เราจัก เผากิเลสทั้งหลาย ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรารู้ (ได้ฟัง) เสียงอันเทวดาเปล่งแล้วด้วยวาจา ร่าเริง แล้วมีจิตยินดี ได้ถวายภิกษาก่อน พระศาสดาผู้สูงสุด ในโลก ทรงทราบความดำริของเรา แล้วประทับนั่ง ณ ท่ามกลางหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า เราออกบวชได้ ๗ วันแล้ว จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ ภัตอันเป็นปฐมของเรานี้ เป็นเครื่องยังชีวิตให้เป็นไปของ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เทพบุตรได้จากดุสิตมา ณ ที่นี้ ได้ถวายภิกษาแก่เรา เราจักพยากรณ์เทพบุตรนั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเสวยเทวราชสมบัติ อยู่ ประมาณ ๓ หมื่นกัป จักครอบครองไตรทิพย์ ครอบงำ เทวดาทั้งหมด เคลื่อนจากเทวโลกแล้ว จักถึงความเป็น มนุษย์ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เสวยราชสมบัติใน มนุษยโลกนั้นพันครั้ง ในแสนกัป พระศาสดาพระนาม ว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกาก- ราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นเคลื่อนจากไตรทศแล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ จักออกบวชเป็นบรรพชิตอยู่ ๖ ปี แต่นั้นในปีที่ ๗ พระพุทธเจ้าจักตรัสจตุราริยสัจ ภิกษุมี นามชื่อว่าโกณฑัญญะ จักทำให้แจ้งเป็นปฐม เมื่อเรา ออกบวช ได้บวชตามพระโพธิสัตว์ ความเพียรเราทำดี แล้ว เราบวชเป็นบรรพชิตเพื่อต้องการจะเผากิเลส พระ- สัพพัญญูพุทธเจ้าเสด็จมา ตีกลองอมฤตในโลกพร้อม ทั้งเทวโลกในป่าใหญ่กับด้วยเราได้ บัดนี้ เราบรรลุ อมตบทอันสงบระงับ อันยอดเยี่ยมนั้นแล้ว เรากำหนดรู้ อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน