เล่มที่ 51
บทว่า อปรญฺจ สตฺถึ ความว่า และหักขาขวาอีกด้วย
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 56
เนื้อหา
บทว่า อปรญฺจ สตฺถึ ความว่า และหักขาขวาอีกด้วย. บทว่า พาหญฺจ เภตฺวา ความว่า หักกระดูกแขนที่ปลายแขน นั่นแหละ. บทว่า สีลญฺจ เภตฺวา ทธิกาลกํว ความว่า ทุบศีรษะของซากศพ เหมือนหม้อใส่นมส้ม ที่ไหลเยิ้มออกเพราะถูกทุบด้วยก้อนดินและท่อนไม้ นั่นเทียว อธิบายว่า ทุบให้มีมันสมองไหลออก. บทว่า เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวา ความว่า รวบรวมซากศพ ที่มีอวัยวะถูกตัด ถูกหัก (กระจัดกระจาย) อยู่นั่นแล ทำให้ติดต่อกัน โดย วางอวัยวะเหล่านั้นไว้ในตำแหน่งเดิมนั่นแหละ เหมือนกองทิ้งอยู่ตลาดเนื้อสด นั่งอยู่แล้ว. บทว่า โย เอว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ ความว่า บุคคลใดแม้เห็น กรรมฐาน อันปรากฏโดยสภาพของซากศพนี้แล้ว (แต่) ไม่รู้แจ้ง ไม่ฉลาด ทิ้งกรรมฐาน ยังอุปธิคือกิเลสให้เกิด โดยไม่กระทำไว้ในใจโดยแยบคาย บุคคลนั้นเป็นคนเขลา คือมีปัญญาอ่อน ชื่อว่าย่อมเข้าถึงทุกข์ ในอบายมีนรก เป็นต้น บ่อย ๆ คือ วนไปเวียนมา เพราะยังไม่ล่วงพ้นสงสาร. เพราะฉะนั้น บุคคลรู้ว่าอุปธิเป็นเหตุเกิดทุกข์ จึงไม่ควรก่อกิเลสให้เกิด. บทว่า ตสฺมา ได้แก่ เพราะเหตุนั้นเป็นอย่างนี้. บทว่า ปชานํ อุปธึ ความว่า บุคคลใดรู้ว่า อุปธิเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ กระไว้ในใจโดยแยบคาย ไม่พึงกระทำ คือไม่พึงก่ออุปธิให้เกิด. เพราะ เหตุไร ? เพราะเราอย่าถูกเขาทุบศีรษะ นอนอยู่อย่างนี้อีกต่อไป. อธิบายว่า ซาศพนี้ถูกเขาทุบศีรษะ นอนอยู่ฉันใด เราอย่าเป็นคนรกป่าช้า ถูกทุบศีรษะ นอนอยู่ ด้วยการบังเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในสงสาร ด้วยการก่ออุปธิคือกิเลสเหมือน อย่างนั้นเลย. เมื่อพระเถระกล่าวสอนตนอยู่อย่างนี้แล ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อ อุทังคณะ ที่ภูเขานั้น เราได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวร ห้อย อยู่บนยอดไม้ ครั้งนั้น เราร่าเริง มีจิตยินดี เลือกเก็บ ดอกกระดึงทอง ๓ ดอก มาบูชาผ้าบังสุกุลจีวร ด้วย กรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น เพราะ บูชาผ้าบังสุกุลจีวร อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์ เราไม่รู้จักทุคติเลย. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน