เล่มที่ 50
บทว่า ครินา ได้แก่ ภูเขา
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 401
เนื้อหา
บทว่า ครินา ได้แก่ ภูเขา. อธิบายว่า ภูเขาท่านเรียกว่า บรรพต เพราะตั้งอยู่ด้วยข้อ กล่าวคือที่ต่อ (ติดต่อกันเป็นชั้นเชิง) และเรียกว่า คิรี เพราะกลืนกินวัตถุทั้งหลายมียาเป็นต้นอันเป็นสาระ. แต่ในคาถานี้ ท่านเรียกว่า บรรพต และเรียกว่า คิรี เพราะมีความหมายทั้งสองอย่าง (รวมกัน). บทว่า ยสสฺสินา ความว่า ปรากฏ คือ รู้ชัดด้วยคุณทั้งปวง. บทว่า ปริจฺเฉเทน ได้แก่ ประดับประดาไปด้วยต้นไม้ พุ่มไม้ และเถาวัลย์หลากหลาย หรือได้แก่ เป็นขอบเขต เพราะความเป็นสถานที่อยู่ ของท่าน. ก็ในคาถานี้มีอธิบายดังนี้ ดูก่อนมหานาม ถ้าท่านสละกรรมฐาน เป็นผู้มากไปด้วยวิตกไซร้ ท่านจะเสื่อมจากภูเขา ชื่อว่า เนสาทกะ อันเป็น สถานที่อยู่ สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ เป็นสัปปายะอย่างนี้ บัดนี้เราจักผลักท่าน ให้ตกจากภูเขานี้ตาย เพราะเหตุนั้น ท่านต้องไม่ตกอยู่ในอำนาจของวิตก ดังนี้. พระเถระข่มขู่คุกคามตนอยู่อย่างนี้นั่นแล ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุ พระอรหัตแล้ว . สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า เราได้สร้างอาศรมสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำ สินธุ เราบอกคัมภีร์ อิติหาสะ พร้อมทั้งตำราทายลักษณะ กะพวกศิษย์ที่อาศรมนั้น ศิษย์เหล่านั้นเป็นผู้ใคร่ธรรม อันเราแนะนำดีแล้ว เป็นผู้ใคร่สดับคำสั่งสอนที่ดี บรรลุ ถึงบารมีในองค์ ๖ ประการ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ เป็นผู้ ฉลาดในการทำนายการมาเกิดและในลักษณะทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์อันสูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ ในกาลนั้น ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า สุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์เป็นผู้นำที่วิเศษ จะทรง อนุเคราะห์พวกเรา จึงเสด็จเข้ามา เราได้เห็นพระ- มหาวีระ พระนามว่า สุเมธะ ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จมาถึง จึงได้ปูหญ้าลาดถวายแด่พระองค์ ผู้เป็น เชษฐบุรุษของโลก เราถือเอาน้ำผึ้งมาจากป่าใหญ่ ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระสัมพุทธเจ้า เสวยแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้ถวายน้ำผึ้งแก่เรา ด้วยมือทั้งสองของตน เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ด้วยการ ถวายน้ำผึ้ง และด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจัก รื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอดสามหมื่นกัป ในกัปที่สาม หมื่น พระศาสดาพระนามว่า โคตมะ ทรงสมภพในวงศ์ พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็น ทายาทในธรรมของพระศาสดา พระองค์นั้น จักเป็น โอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เมื่อเราจากเทวโลกมา ในมนุษยโลกนี้ เข้าอยู่ในครรภ์มารดา เมล็ดฝนได้ตก ลงมา ปกปิดแผ่นดิน ด้วยน้ำผึ้ง แม้ในขณะเมื่อเรา ออกจากครรภ์นั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกให้แก่เราเต็มเปี่ยมหม้อ ตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อเราออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการ ถวายน้ำผึ้ง เราเกิดเป็นเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ ด้วยกามทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการ ถวายน้ำผึ้งนั้นแล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน