เล่มที่ 50
วันหนึ่ง ท่านเข้าไปสู้บ้านเพื่อบิณฑบาต เห็นมาตุคามแต่งตัวสวย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 353
เนื้อหา
วันหนึ่ง ท่านเข้าไปสู้บ้านเพื่อบิณฑบาต เห็นมาตุคามแต่งตัวสวยงาม แล้วเกิดฉันทราคะ ปรารภรูปของหญิงนั้น ด้วยสามารถแห่งอโยนิโสมนสิการ ท่านเข้าไปสู่วิหารแล้วข่มจิตของตนว่า เมื่อเราละสติแลดูอยู่ กิเลสในรูปารมณ์ เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เรากระทำกรรมอันไม่สมควรแล้ว ดังนี้ เจริญวิปัสสนาใน ทันใดนั้นเอง บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ ที่ท่านกล่าวไว้ใน อปทานว่า พระสยัมภูผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ มีพระนามว่า สุเมธะ เมื่อทรงพอกพูนวิเวก จึงเสด็จเข้าสู่ป่าใหญ่ เราเห็น ดอกช้างน้าวกำลังบาน จึงเอามาร้อยเป็นพวงมาลัย บูชาแด่พระพุทธเจ้า ผู้เป็นนายของโลก เฉพาะ พระพักตร์ ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชา พระพุทธเจ้า ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๑,๙๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีนามว่า "สุนิมมิตะ" สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอน ของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะแสดงว่า สำหรับผู้ที่ (ประพฤติ) คล้อยตามกิเลส ไม่มี (โอกาส) ที่จะยกศีรษะขึ้นจากวัฏทุกข์ได้เลย ส่วนตัวเราไม่ประพฤติตามกิเลสเหล่านั้น ดังนี้ ด้วยการชี้ให้เห็นการบังเกิดขึ้น แห่งกิเลสของตน ได้กล่าวคาถาว่า เมื่อบุคคลได้เห็นรูปแล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์อัน เป็นที่รัก สติก็หลงลืม ผู้ใดมีจิตกำหนัด ยินดีเสวย รูปารมณ์ รูปารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะทั้งหลาย ย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ผู้เข้าถึงซึ่งมูลแห่งภพ ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน