เล่มที่ 50

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติอย่างเดียว เกิดใน...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 283


เนื้อหา

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติอย่างเดียว เกิดในเรือน แห่งพราหมณ์มหาศาล ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ เจริญเติบโต อยู่แต่ภายในเรือนอย่างเดียว จนถึง ๗ ปี ในปีที่ ๗ พวกบริวารนำพาไป ชมสวน เห็นคนแก่ คนเจ็บ และคนตายในระหว่างทาง จึงถามบริวารชน เหล่านั้น เพราะไม่เคยเห็นคนแก่ คนเจ็บ และคนตาย ฟังสภาพของชรา พยาธิ และมรณะ แล้วเกิดความสลดใจหันหลังกลับ ไปสู่วิหารฟังธรรมใน สำนักของพระบรมศาสดา ให้มารดาบิดาอนุญาตแล้วบวช เริ่มตั้งวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต ต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ใน อปทานว่า เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ ประสูติ เราได้พยากรณ์ นิมิตว่า จักยังหมู่ชนให้ดับเข็ญ จักเป็นพระพุทธเจ้า ในโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรม อยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ได้มี แสงสว่างอันไพบูลย์ บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระ- องค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ แม่น้ำ ทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ไฟในอเวจี นรก ไม่ลุกโพลง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อ พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมู่นกไม่สัญจร ไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใดประสูติ กองลมย่อมไม่พัดฟุ้งไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระ จักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ ใดประสูติ แก้วทุกชนิด ส่งแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระ จักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระบาทก้าวไป ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มี พระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ พอพระสัมพุทธเจ้า ประสูติแล้วเท่านั้น ก็ทรงเหลียวแลดูทิศทั้งปวง ทรง เปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย เรายังหมู่ชนให้เกิดสังเวช ชมเชยพระผู้มี พระภาคเจ้าผู้นำของโลก ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศปราจีน ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราชมเชยพระพุทธเจ้าใด ด้วยการ ชมเชยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ชมเชย ในกัปที่ ๙๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ มีนามว่า สัมมุขาถวิกะ สมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๙ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า ปฐวี ทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๘ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ มีนามว่า โอกาส สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก ในกัปที่ ๘๗ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ มีนามว่า สริตัจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๖ แต่ภัทรกัปนี้ เรา ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า อัคคินิพพาปนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๕ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า กติปัจฉาทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๗ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า วาตสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก ในกัปที่ ๘๓ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ มีนามว่า รัตนปัชชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๒ แต่ภัทรกัปนี้ เรา ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช มีนามว่า ปทวิกกมนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช มีนาม ว่า วิโลกนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัปที่ ๘๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า คิรสาระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของ พระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน