เล่มที่ 50
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า วิปัสสี เราได้ เป็นไวยาวัจกร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 209
เนื้อหา
พระบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมแก่เขาแล้ว เขาฟังธรรมแล้วได้เป็น พระโสดาบัน แล้วบรรพชาในเวลาต่อมา ก็และเมื่อบรรพชา พอปลายมีดจด เท่านั้น ก็ได้อภิญญา ๖. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ได้มีการประชุมใหญ่ (มหาสันนิบาต) แห่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า วิปัสสี เราได้ เป็นไวยาวัจกรผู้รับใช้ในกิจทุกอย่าง ก็ไทยธรรม ที่จะถวายแด่พระสุคตเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ของเราไม่มี เรามีจิตผ่องใสได้ถวายบังคมพระบาท ของพระศาสดา ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ กระทำไวยาวัจกร ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทำหน้าที่ไวยาวัจกร และในกัปที่ ๘ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ นามว่า สุจินตติะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธ- เจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ท่านเป็นผู้มีอภิญญา ๖ เมื่อพยากรณ์พระอรหัตผล ได้กล่าวคาถาว่า ตั้งแต่เราออกบวชเป็นบรรพชิต เราไม่รู้สึกถึง ความดำริอันไม่ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลย ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยโต อหํ ปพฺพชิโต ความว่า จำเดิมแต่ คือนับแต่เราได้บวชแล้ว. (อธิบายว่า) จำเดิมแต่เวลาที่เราบวชแล้ว เราไม่รู้จักความดำริอันไม่ ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลย โดยความหมายก็ว่า เราไม่รู้จักความดำริ ที่ประกอบด้วยโทษมีราคะเป็นต้น เพราะเหตุนั้นแล จึงชื่อว่าไม่ประเสริฐ คือ เลว อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าไม่ใช่ของพระอริยเจ้า เพราะพระอริยะเจ้าทั้งหลาย ไม่ประพฤติ และเพราะผู้ที่ไม่ใช่พระอริยประพฤติ คือเป็นของลามก ได้แก่ มิจฉาวิตก มีกามวิตกเป็นต้น อันได้นามว่า สังกัปปะ เพราะดำริถึงคุณที่ ไม่มีจริงเป็นต้นในอารมณ์ อันตนให้เกิดแล้ว พระเถระพยากรณ์พระอรหัตผล ว่า เราบรรลุพระอรหัตแล้ว ในเวลาที่ปลายมีดโกนจดเท่านั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน