เล่มที่ 49

ข้าแต่มหาราช นั่นเป็นต้นไทร มีร่มเงา ชิดสนิทดี เขียวชะอุ่ม ม...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 357


เนื้อหา

ข้าแต่มหาราช นั่นเป็นต้นไทร มีร่มเงา ชิดสนิทดี เขียวชะอุ่ม มีสีและสัณฐานคล้ายเมฆ พระเจ้าสุรัฐ เสด็จเข้าไปจนถึงต้นไทรใหญ่ที่ ปรากฏอยู่แล้ว เสด็จลงจากคอช้าง เข้าไป ต้นไทร ประทับนั่งที่โคนต้น พร้อมด้วยหมู่ อำมาตย์ราชบริพาร ได้ทอดพระเนตรเห็นขันน้ำ มีน้ำเต็ม และขนมอันหวานอร่อย บุรุษมีเพศดัง เทวดา ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวง เข้าไปเฝ้า พระเจ้าสุรัฐแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ เสด็จมาดีแล้วและพระองค์ไม่ได้เสด็จ มาร้าย ข้าแต่พระองค์ ผู้กำจัดศัตรู เชิญพระองค์ เสวยน้ำและขนมเถิดพระเจ้าข้า พระเจ้าสุรัฐ พร้อมด้วยอำมาตย์และข้าราชบริพาร พากันดื่ม น้ำและขนมแล้ว จึงถามว่า ท่านเป็นเทพ เป็น คนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกะปุรินททะ พวกเรา ไม่รู้จักท่าน จักขอถาม พวกเราจะพึงรู้จักท่าน ได้อย่างไร ? ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์ไม่ใช่ เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกะปุรินททะ ข้าพระองค์เป็นเปรต จากประเทศสุรัฐ มาอยู่ ที่นี่. เมื่อก่อนท่านอยู่ในประเทศสุรัฐมีปกติ อย่างไร มีความประพฤติอย่างไร ท่านมีอานุภาพ อย่างนี้ เพราะพรหมจรรย์อย่างไร ? ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้กำจัดหมู่ศัตรู ผู้ผดุง รัฐให้เจริญ ขอพระองค์ อำมาตย์ราชบริพาร และ พราหมณ์ปุโรหิต จงสดับฟัง ข้าแต่พระองค์ผู้ ประเสริฐ เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นบุรุษอยู่ใน เมืองสุรัฐ เป็นคนใจบาป เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็น คนทุศีล เป็นคนตระหนี่ บริภาษสมณพราหมณ์ ทั้งหลาย ห้ามปรามมหาชน ซึ่งพากันทำบุญให้ ทาน ทำอันตรายแก่หมู่ชนเหล่าอื่น ผู้กำลังให้ ทาน ได้ห้ามว่า ผลแห่งทาน ไม่มี ผลแห่งการ สำรวม จักมีแต่ที่ไหน ใคร ๆ ผู้ชื่อว่า เป็น อาจารย์ไม่มี ใครจักฝึกฝนบุคคล ผู้ไม่เคยฝึกฝน แล้วได้เล่า สัตว์ทั้งหลายเป็นสัตว์เสมอกันทั้งสิ้น การเคารพอ่อนน้อมต่อผู้เจริญในตระกูล จักมี แต่ที่ไหน กำลังหรือความเพียรไม่มี ความพาก- เพียรของบุรุษ จักมีแต่ที่ไหน ผลแห่งทานไม่มี ทานและศีล ไม่ทำบุคคลผู้มีเวรให้หมดจดได้ สัตว์ย่อมได้ของที่ควรได้ สัตว์เมื่อจะได้สุข หรือทุกข์ ย่อมได้สุขหรือทุกข์ อันเกิดแต่ที่น้อม มาเอง มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย ไม่มี โลก อื่นจากโลกนี้ ก็ไม่มี ทานอันบุคคลให้แล้ว ย่อมไม่มีผล พลีกรรมไม่มีผล แม้ทานอันบุคคล ตั้งไว้ดีแล้ว ก็ไม่มีผล บุรุษใด ฆ่าบุรุษอื่น และ ตัดศีรษะบุรุษอื่น จะจัดว่าบุรุษนั้นทำลายชีวิต ของผู้อื่น หาได้ไม่ ไม่มีใครฆ่าใคร เป็นแต่ศัตรา ย่อมเข้าไปในระหว่างช่องกาย ๗ ช่องเท่านั้น ชีพของสัตว์ทั้งหลายไม่ขาดสูญ ไม่แตกทำลาย บางคราวมี ๘ เหลี่ยม บางคราวกลมเหมือนงบ น้ำอ้อย บางคราวสูงตั้ง ๕๐๐ โยชน์ ใครเล่า สามารถตัดชีพให้ขาดได้ เหมือนหลอดด้ายอัน บุคคลซัดไปแล้วหลอดด้ายนั้น อันด้ายคลายอยู่ ย่อมกลิ้งไปได้ ฉันใด ชีพนั้น ก็ฉันนั้น ย่อม แหวกหนีไปจากร่างได้ บุคคลผู้ออกไปจากบ้านนี้ ไปเข้าบ้านอื่นฉันใด ชีพนั้นก็ออกจากร่างนี้แล้ว ไปเข้าร่างอื่นฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลออกจาก เรือนหลังนี้ แล้วไปเข้าเรือนหลังอื่นฉันใด แม้ ชีพนั้น ก็ออกจากร่างนี้แล้ว ไปเข้าร่างอื่นฉันนั้น เหมือนกัน เมื่อสิ้นกำหนด ๘,๔๐๐,๐๐๐ มหากัป สัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เป็นพาล ทั้งที่เป็นบัณฑิต จักยังสงสารให้สิ้นไปแล้ว จักทำที่สุดแห่งทุกข์ ได้เอง สุขและทุกข์เหมือนตักตวงได้ ด้วย ทะนานและกระเช้า พระชินเจ้า ย่อมรู้ทั่วถึง สุขทุกข์ทั้งปวง สัตว์นอกนี้ ล้วนเป็นผู้ลุ่มหลง เมื่อชาติก่อน ข้าพระองค์มีความเห็นอย่างนี้ จึง ได้เป็นคนหลง ถูกโมหะครอบงำ เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทุศีล ตระหนี่ บริภาษสมณพราหมณ์ ภายใน ๖ เดือน ข้าพระองค์จักทำกาลกิริยา จักตกไป ในนรกอันเผ็ดร้อน ร้ายกาจ โดยส่วนเดียว นรก นั้นมี ๔ เหลี่ยม ๔ ประตู จำแนกออกเป็นส่วน ๆ ล้อมด้วยกำแพงเหล็ก ครอบด้วยแผ่นเหล็ก พื้น นรกนั้น เป็นเหล็กแดง ลุกเป็นเปลวเพลิงโชติช่วง แผ่ไป ๑๐๐ โยชน์ โดยรอบตั้งอยู่ทุกเมื่อ ล่วงไป แสน ในกาลนั้นข้าพระองค์จึงได้ยินเสียงใน นรกนั้นว่า แน่ะ เพื่อนยาก เมื่อพวกเราไหม้อยู่ ในนรกนี้ กาลประมาณแสนปีล่วงไปแล้ว ข้าแต่ มหาราชเจ้า แสนโกฏิปีเป็นกำหนดอายุของสัตว์ ผู้หมกไหม้อยู่ในนรก ชนทั้งหลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นคนทุศีล ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมหมกไหม้ อยู่ในนรก แสนโกฏิปี ข้าพระองค์จักเสวย ทุกขเวทนาอยู่ในนรกนั้น ตลอดกาลนานนี้ เป็น ผลเเห่งกรรมชั่วของข้าพระองค์ เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์ จึงเศร้าโศกนัก ข้าแต่มหาราชเจ้า กำจัดศัตรูเป็นที่ที่เจริญใจของชาวแว่นแคว้น ขอพระองค์จงทรงสดับคำของข้าพระองค์ ขอ ความเจริญจงมีแด่พระองค์ ธิดาของข้าพระองค์ ชื่อ อุตตรา ทำแต่ความดี ยินดีแล้วในนิจศีล และอุโบสถศีล ยินดีในทาน และการจำแนกทาน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความตระหนี่ ปกติทำไม่ให้ขาดในสิกขา เป็นลูกสะใภ้ใน ตระกูลอื่น เป็นอุบาสิกาของพระมหาศากยมุนี สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงศิริ ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์ นางอุตตราได้ เห็นภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยศีล เข้าไปบิณฑบาตใน บ้าน มีจักษุทอดลงแล้ว มีสติคุ้มครองทวาร สำรวมดีแล้ว เที่ยวไปตามลำดับตรอก เข้าไป สู่บ้านนั้น นางได้ถวายน้ำขันหนึ่ง และขนมมี รสหวาน อร่อยแล้ว อุทิศส่วนกุศลให้ข้าพระองค์ ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอผลทานที่ดิฉันถวายนี้ จงพลันสำเร็จแก่ธิดาของดิฉัน ที่ตายไปแล้วเถอะ ในทันใดนั้น ผลแห่งทานก็บังเกิด แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์มีความประสงค์ สำเร็จได้ดังความ ปรารถนา บริโภคกามสุข เหมือนดังท้าวเวส- วัณมหาราช ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้กำจัดศัตรู เป็นที่เจริญใจของชาวแว่นแคว้น ขอพระองค์ จงทรงสดับคำของข้าพระองค์ พระพุทธเจ้าอันบัณฑิตกล่าวว่า เป็นผู้เลิศ แห่งโลกพร้อมทั้งเทวโลก ขอพระองค์พร้อมด้วย พระโอรสและพระอัครมเหสี จงถึงพระพุทธเจ้า พระองค์นั้นเป็นสรณะเถิด ชนทั้งหลายย่อม บรรลุอมตะ ด้วยมรรคมีองค์ ๘ ขอพระองค์ พร้อมด้วยพระโอรส และพระอัครมเหสี จงถึง มรรคมีองค์ ๘ และอมตะบท ว่าเป็นสรณะเถิด พระอริยบุคคลผู้ปฏิบัติอยู่ในมรรค ๔ จำพวก ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก นี้เป็นพระสงฆ์ผู้ ปฏิบัติ ซื่อตรง ประกอบด้วยปัญญาและศีล ขอ พระองค์พร้อมด้วยพระโอรสและพระอัคร- มเหสี จงถึงพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะเถิด ขอ พระองค์จงรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ทรงยินดีด้วยพระมเหสีของพระองค์ ได้ตรัส คำเท็จ ไม่ทรงดื่มน้ำจัณฑ์เถิด.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน