เล่มที่ 49
เมื่อเปรตแสดงจำแนกกรรมและผลแห่งกรรมโดยสังเขป อย่างนี้แล้ว พร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 334
เนื้อหา
เมื่อเปรตแสดงจำแนกกรรมและผลแห่งกรรมโดยสังเขป อย่างนี้แล้ว พระราชาไม่ทรงเชื่อข้อนั้น จึงตรัสคาถาว่า :- เราจะพึงรู้เรื่องนั้นได้อย่างไรว่า นี้เป็น ผลแห่งกรรมดีและกรรมชั่ว หรือเราจะพึงเห็น อย่างไร จึงจะเชื่อถือได้ หรือแม้ใครจะพึงทำ ให้เราเชื่อถือเรื่องนั้นได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ กินฺติ ชาเนยฺยมหํ อเวจฺจ ความว่า เราจะพึงเชื่อโดยไม่มีผู้อื่นเป็นปัจจัย ถึงวิบากของกรรมดี และกรรมชั่วที่เธอกล่าวจำแนกไว้โดยนัยมีอาทิว่า ต้นมีความ ดำริชั่วย่อมเศร้าหมองด้วยกายและวาจา และโดยนัยมีอาทิว่า ก็คนเหล่าอื่นย่อมปรารถนาสุคติ ดังนี้นั้นได้อย่างไร คือโดยเหตุไร. บทว่า กึ วาหํ ทิสฺวา อภิสทฺทเหยฺยํ ความว่า เราเห็นอย่างไร อันเป็นตัวอย่างที่ประจักษ์จะพึงเชื่อได้. บทว่า โก วาปิ มํ สทฺทหาเปยฺย มํ ความว่า หรือใครเป็นวิญญูชน คือ เป็นบัณฑิต จะพึงให้เราเชื่อข้อนั้น ท่านจงแนะนำบุคคลนั้น. เปรตได้ฟังดังนั้น เมื่อจะประกาศเรื่องนั้นแก่พระราชานั้น โดยเหตุ จึงได้กล่าวคาถาว่า :- พระองค์ได้ทรงเห็นแล้วและได้สดับแล้ว ก็ จงเชื่อเถิดว่า นี้เป็นผลแห่งกรรมดีและกรรมชั่ว เมื่อมีกรรมดีและกรรมชั่วทั้งสอง ก็พึงมีสัตว์ ไปสู่สุคติและทุคติ ถ้าสัตว์ทั้งหลายในมนุษยโลก นี้ ไม่พึงทำกรรมดีและกรรมชั่ว สัตว์ผู้ไปสู่ สุคติ ทุคติ อันเลวและประณีต ก็ไม่มีในมนุษย์ โลกนี้ แต่เพราะสัตว์ทั้งหลายในมนุษยโลก ทำ กรรมดีและกรรมชั่วไว้ ฉะนั้น จึงไปสู่สุคติ ทุคติ เลวบ้าง ประณีตบ้าง นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าว วิบากแห่งกรรมทั้งสองนั้นว่า เป็นที่ตั้งแห่งการ เสวยสุขและทุกข์ เทวดาย่อมพากันห้อมล้อม พวกชนผู้ได้เสวยผลอันเป็นสุข คนพาลผู้ไม่เห็น บาปและบุญทั้งสอง ย่อมเดือดร้อน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน