เล่มที่ 49

ภายหลังวันหนึ่ง ท่านมหากัสสปะปรุงแต่งอิทธาภิสังขาร โดยประการ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 306


เนื้อหา

ภายหลังวันหนึ่ง ท่านมหากัสสปะปรุงแต่งอิทธาภิสังขาร โดยประการที่พวกมนุษย์เห็นเปรตเหล่านั้น และเทวดาเหล่านั้น ก็ครั้นกระทำอย่างนั้นแล้ว ยืนอยู่ที่ลานเจดีย์ ถามเปรตผู้ติเตียน พระธาตุนั้นด้วย ๓ คาถา เปรตนั้น ได้พยากรณ์แก่ท่านแล้ว. พระเถระถามว่า :- ท่านยืนอยู่ในอากาศ มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป และหมู่หนอนพากันบ่อนฟอนกินปากอันมีกลิ่น เหม็นเน่าของท่าน เมื่อก่อนทำอะไรไว้ เพราะ การฟุ้งไปแห่งกลิ่นเหม็นนั้น นายนิรยบาลคือ เอาศาตรามาเฉือนปากของท่านเนือง ๆ รดท่าน ด้วยน้ำแสบด้วยเชือดเนื้อไปพลาง ท่านทำกรรม ชั่วอะไรไว้ ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ เพราะวิบาก แต่งกรรมอะไร ท่านจึงได้ประสบความทุกข์ อย่างนี้. ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ เมื่อก่อนกระผมเป็น อิสรชนอยู่ที่กรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์มีภูเขา ล้อมรอบ (เบญจคีรีนคร) เป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์ และข้าวเปลือกมากมาย แต่กระผมได้ห้ามปราม ภรรยา ธิดา และลูกสะใภ้ของกระผม ซึ่งพากัน นำพวงมาลาดอกอุบลและเครื่องลูบไล้อันหาค่า มิได้ ไปสู่สถูปเพื่อบูชา บาปนั้นกระผมได้ทำไว้ แล้ว จึงได้เสวยทุกขเวทนาเห็นประจักษ์ และจักหมกไหม้อยู่ในนรกอันหยาบช้าทารุณ ๘๖,๐๐๐ ปี เพราะติเตียนการบูชาพระสถูป ก็เมื่อการบูชา และการฉลองพระสถูปของพระ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอันมหาชนให้เป็นไป อยู่ ชนเหล่าใดมาประกาศโทษแห่งการบูชาพระ- สถูปนั้น เหมือนกระผม ชนเหล่านั้น พึงห่างเหิน จากบุญ ขอท่านจงดู ชนทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่ง ทัดทรงดอกไม้ตบแต่งร่างกาย เหาะมาทางอากาศ เหล่านี้ เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส เป็นผู้มั่งคั่งมียศ เสวยอยู่ ซึ่งวิบากแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ชน ทั้งหลายผู้มีปัญญา ได้เห็นผลอันน่าอัศจรรย์ น่าขนพองสยองเกล้า อันไม่เคยมีนั้นแล้ว ย่อม ทำการนอบน้อม วันทาพระมหามุนีนั้น กระผม ไปจากเปตโลกนี้แล้ว ได้กำเนิดเป็นมนุษย์จักเป็น ผู้ไม่ประมาท ทำการบูชาพระสถูปเนืองนิตย์เป็น แน่แท้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน