เล่มที่ 49
เปรตเหล่าอื่น บางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาด รุ่งริ่ง บางพวกนุ่งผม ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 250
เนื้อหา
เปรตเหล่าอื่น บางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาด รุ่งริ่ง บางพวกนุ่งผม หลีกไปยังทิศน้อยทิศใหญ่ เพื่อหาอาหาร บางพวกวิ่งไปแม้ในที่ไกล ไม่ได้ ก็กลับมา บางพวกสลบแล้ว เพราะความหิว กระหาย นอนกลิ้งเกลือกบนพื้นดิน บางพวก ล้มลงที่แผ่นดินในที่ที่คนวิ่งไปนั้น ร้องไห้ร่ำไร ว่า เราทั้งหลายไม่ได้ทำกุศลไว้ในกาลก่อน จึง ได้ถูกไฟคือ ความหิว ความกระหายเผาอยู่ ดุจ ถูกไฟเผาในที่ร้อน เมื่อก่อนพวกเรามีธรรมอัน ลามก เป็นหญิงแม่เรือนมารดาทารกในตระกูล เมื่อไทยธรรมทั้งหลายมีอยู่ ไม่กระทำที่พึ่งแก่ตน. เออ ก็ข้าวและน้ำมีมาก แต่เราไม่ทำการแจกจ่าย ให้ทานและไม่ได้ให้อะไร ๆ ในบรรพชิตผู้ ปฏิบัติชอบ อยากทำแต่กรรมที่คนดีเขาไม่ทำ เกียจคร้าน ใคร่แต่ความสำราญ และกินมาก ให้แต่เพียงโภชนะก้อนหนึ่ง คำว่าปฏิคาหกผู้รับ โภชนะ. เรือน ทาส ทาสี และเครื่องอาภรณ์ของ เราเหล่านั้น ไม่สำเร็จประโยชน์แก่พวกเรา พวกเขาไปบำเรอคนอื่นหมด พวกเรามีแต่ส่วน ของความทุกข์ เราจุติจากเปรตนี้แล้วจักไปเกิด ในตระกูลอันต่ำช้าเลวทราม คือ ตระกูลจักสาน ตระกูลช่างรถ ตระกูลนายพราน ตระกูลคน จัณฑาล ตระกูลคนกำพร้า ตระกูลช่างกัลบก นี่เป็นคติของความตระหนี่. ส่วนทายกทั้งหลาย ผู้ได้ทำกุศลไว้ในชาติก่อน ปราศจากความ ตระหนี่ ย่อมทำสวรรค์ให้บริบูรณ์ และย่อมทำ สวนนันทนวันให้สว่างไสว รื่นรมย์อยู่เวชยันต- ปราสาท สำเร็จความปรารถนาในสิ่งที่น่าใคร่ ครั้นจุติจากเทวโลกแล้ว ย่อมเกิดในตระกูลสูง มีโภคะมาก คือ ในตระกูลคนมีเรือนยอด และ ปราสาทราชมณเฑียร มีบัลลังก์ลาดด้วยผ้า โกเชาว์ มีเหล่าบุรุษและสตรีถือพัดอันประดับ ด้วยแววหางนกยูง คอยพัดอยู่. ในเวลาเป็นทารก ก็ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกาย หมู่ญาติ พี่เลี้ยง นางนมผลัดกันอุ้ม ไม่ต้องลงสู่พื้นดิน อันชน ผู้ปรารถนาความสุขเข้าไปบำรุงอยู่ทั้งเช้าและ เย็นตลอดชาติ. สวนใหญ่ของเทวดาเหล่าไตรทศ ชื่อว่านันทนวัน เป็นสถานที่ไม่เศร้าโศก น่า รื่นรมย์นี้ ย่อมไม่มีแก่ชนผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ ความ สุขในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมมีเฉพาะแต่คนผู้ ทำบุญไว้ ผู้ปรารถนาความเป็นสหายแห่งเทวดา เหล่าไตรทศ พึงทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่า บุคคลผู้ทำบุญไว้ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์ เพียบพร้อมด้วยโภคสมบัติ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน