เล่มที่ 49

สินธกะมาณพ ได้ฟังดังนั้นแล้ว มีความประสงค์จะกระทำ อังกุระพาณ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 191


เนื้อหา

สินธกะมาณพ ได้ฟังดังนั้นแล้ว มีความประสงค์จะกระทำ อังกุระพาณิชนั้นให้น้อมไปในทานอันยิ่ง ให้ปรากฏจึงกล่าวคาถา ว่า :- ถ้าท้าวสุกกะ เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ และเป็นใหญ่กว่าชาวโลกทั้งปวง พึงให้พรท่าน ท่านเมื่อจะเลือก พึงเลือกเอาพรเช่นไร. คำอันเป็นคาถานั้น มีอธิบายดังนี้ :- ท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่ กว่าเทพชั้นดาวดึงส์ และกว่าชาวโลกทั้งมวล หากจะพึงให้พรท่าน ว่าอังกุระ ท่านจงขอพรอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ท่านตั้งใจไว้ ท่าน เมื่อจะขอพร คือเมื่อปรารถนา พึงขอพรเช่นไร ลำดับนั้นอังกุระพาณิช เมื่อจะประกาศอัธยาศัยของตน ตามความเป็นจริง จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ถ้าท้าวสุกกะ ผู้เป็นใหญ่กว่าเทพชั้นดาว ดึงส์ พึงให้พรแก่เราไซร้ เราจะพึงขอพรว่า เมื่อ เราลุกขึ้นแต่เช้า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ขอ ภัตตาหารอันเป็นทิพย์ และพวกยาจกผู้มีศีล พึง ปรากฏ เมื่อเราให้อยู่ ไทยธรรมไม่พึงสิ้นไป ครั้น เราให้ทานนั้นแล้ว ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อกำลังให้อยู่ พึงยังจิตให้เลื่อมใส ข้าพเจ้าพึง ขอพรกะท้าวสุกกะอย่างนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาลุฏฺ€ิตสฺส เม สโต ความว่า เมื่อข้าพเจ้าลุกขึ้นในเวลาเช้า เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยความเพียร คือ ความหมั่นด้วยอำนาจสามีจิกรรม มีการนอบน้อมและการปรนนิบัติ เป็นต้น ต่อพระทักขิไณยบุคคลทั้งหลาย ผู้มีความต้องการ. บทว่า สูริยุคฺคมนํ ปติ แปลว่า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้นไป. บทว่า ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ ความว่า อาหารอันนับเนื่องในเทวโลก พึง เกิดขึ้น. บทว่า สีลวนฺโต จ ยาจกา ความว่า และพวกยาจก พึงเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน