เล่มที่ 49
อังกุระพาณิชเมื่อจะติเตียนทานบดีเศรษฐีนั้นอีก จึงกล่าว คาถาว...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 188
เนื้อหา
อังกุระพาณิชเมื่อจะติเตียนทานบดีเศรษฐีนั้นอีก จึงกล่าว คาถาว่า :- ก็ไฉน อสัยหเศรษฐีเมื่อจะให้ทาน จึงได้ มอบข้าว น้ำ ของเคี้ยว ผ้า และเสนาสนะ ให้ ผู้อื่นจัดแจง. คำอันเป็นคาถานั้นมีอธิบายดังนี้ว่า บุรุษเมื่อจะให้ทาน ไฉนเล่าจึงมอบให้คนอื่นจัดแจงทานนั้น คือกระทำให้ประจักษ์แก่ตน นั่นแหละ แล้วพึงให้ด้วยมือของตนเอง. อนึ่ง ตนเองพึงเป็นผู้ ขวนขวายในทานนั้น เมื่อว่าโดยประการอื่น พึงกำจัดไทยธรรม ในฐานะอันไม่ควร และไม่พึงให้พระทักขิไณยบุคคลเสื่อมจากทาน. อังกุระพาณิชครั้นติเตียนทานบดีเศรษฐีอย่างนี้แล้ว เมื่อ จะแสดงวิธีที่ตนจะพึงปฏิบัติ จึงกล่าว ๒ คาถาว่า :- ก็เราไปจากที่นี้ถึงทวารกนครแล้ว จัก เริ่มให้ทานอันนำความสุขมาให้เราแน่แท้ เรา จักให้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ บ่อน้ำ สระน้ำ และ สะพานในที่เดินลำบากให้เป็นทาน. คำนั้นมีเนื้อความดังกล่าวแล้วนั่นแล. เพื่อจะแสดงข้อปฏิบัติ ของอังกุระพาณิช พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายจึงได้ตั้ง คาถา ๔ คาถา ไว้ความว่า :- ก็อังกุระพาณิชนั้นกลับจากทะเลทรายนั้น ไปถึงทวารกนครแล้ว ได้เริ่มให้ทานอันนำความ สุขมาให้ตน ได้ให้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ บ่อน้ำ สระน้ำ ด้วยจิตอันเลื่อมใส. ช่างกัลบก พ่อครัว ชาวมคธ พากันป่าวร้องในเรือนของอังกุระพาณิช นั้น ทั้งเช้า ทั้งเย็น ทุกเมื่อว่า ใครหิวจงมากิน ตามชอบใจ ใครกระหายจงมาดื่มตามชอบใจ ใครจักนุ่งห่มผ้า จงนุ่งห่มผ้า ใครต้องการพาหนะ สำหรับเทียม จงเทียมพาหนะในคู่แอกนี้ ใคร ต้องการร่มจงเอาร่มไป ใครต้องการของหอมจง เอาดอกไม้ไป ใครต้องการรองเท้าจงเอารองเท้า ไป.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน