เล่มที่ 49
ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากของกรรมอะไ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 122
เนื้อหา
ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากของกรรมอะไร ท่านจึงจาก มนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก. ฝ่ายนางเปรตจึงบอกกรรมที่ตนทำไว้ ด้วยคาถาอีกว่า :- ดิฉันเป็นหญิงดุร้าย และหยาบช้า มัก ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด ได้กล่าววาจาชั่วกะท่าน ไว้ จึงจากมนุษยโลกนี้ ไปยังเปตโลก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จณฺฑี แปลว่า ผู้มักโกรธ. บทว่า ผรุสา แปลว่า ผู้มักกล่าวคำหยาบ. บทว่า อาสึ แปลว่า ได้เป็นแล้ว. บทว่า ตาหํ ตัดเป็น ตํ อหํ. บทว่า ทุรุตฺตํ แปลว่า กล่าว คำชั่ว คือ คำที่ไม่มีประโยชน์. เบื้องหน้าแต่นี้ไป หญิงทั้งสอง คนนั้น ได้ประกาศคาถาว่าด้วยการกล่าวและการกล่าวโต้ตอบกัน เท่านั้นว่า :- ติสสา : เรื่องทั้งหมดนั้น แม้ฉันก็รู้ว่าท่านเป็นคนดุร้ายอย่างไร แต่อยากจะถามท่านสักอย่างหนึ่งว่า ท่านมีสรีระเปื้อน ฝุ่น เพราะกรรมอะไร. นางเปรต : ท่านกับฉันพากันอาบน้ำแล้ว นุ่งห่มผ้าสะอาด ตบแต่ง ร่างกายแล้ว แต่ฉันแต่งร่างกายเรียบร้อยยิ่งกว่าท่าน เมื่อฉันแลดูท่านคุยอยู่กับสามี ลำดับนั้น ความริษยา และความโกรธ ได้เกิดแก่ฉันเป็นอันมาก ทันใดนั้น ฉัน จึงกวาดเอาฝุ่นโปรยรดท่าน ฉันมีร่างกายเปื้อนฝุ่น เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. ติสสา : เรื่องทั้งหมดนั้นเป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านเอาโปรย โปรยใส่ฉัน แต่ฉันอยากจะถามท่านสักอย่างหนึ่ง ท่าน เป็นหิดคันไปทั้งตัว เพราะกรรมอะไร นางเปรต : เราทั้งสอง เป็นคนหายา ได้พากันไปป่า ส่วนท่านหา ยามาได้ แต่ฉันนำเอาผลหมามุ่ยมา เมื่อท่านเผลอ ฉัน ได้โปรยหมามุ่ยนั้นลงบนที่นอนของท่าน ฉันเป็นหิด คันไปทั้งตัว เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. ติสสา : เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านโปรย ผลหมามุ่ยลงบนที่นอนของฉัน แต่ฉันอยากจะถามท่าน สักอย่างหนึ่ง ท่านเป็นผู้เปลือยกาย เพราะกรรมอะไร นางเปรต : วันหนึ่งได้มีการประชุมพวกมิตรสหายและญาติ ส่วนท่านได้รับเชิญ แต่ฉันผู้ร่วมสามีกับท่าน ไม่มี ใครเชิญ เมื่อท่านเผลอ ฉันได้ลักผ้าของท่านไปซ่อน เสีย ฉันเป็นผู้เปลือยกาย เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น. ติสสา : เรื่องทั้งหมดนั้น เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า ท่านได้ ลักผ้าของฉันไปซ่อน แต่ฉันอยากจะถามท่านสักอย่าง หนึ่ง ท่านมีกลิ่นกายเหม็นดังคูถ เพราะกรรมอะไร. นางเปรต : ฉันได้ลักของหอม ดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ อันมีค่า มากของท่านไป ทิ้งลงในหลุมคูถ บาปนั้นฉันได้ทำไว้ แล้ว ฉันมีกลิ่นกายเหม็นดังคูถ เพราะวิบากกรรมนั้น. ติสสา : เรื่องทั้งหมดนั้น เป็นความจริง แม้ฉันก็รู้ว่า บาปนั้น ท่านทำไว้แล้ว แต่ฉันอยากจะถามท่านสักอย่างหนึ่ง ว่า ท่านเป็นคนยากจน เพราะกรรมอะไร นางเปรต : ทรัพย์สิ่งใด มีอยู่ในเรือน ทรัพย์นั้น ของเราทั้งสอง มีอยู่เท่า ๆ กัน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ แต่ฉันไม่ได้ทำที่พึ่ง แก่ตน ฉันเป็นคนยากจน เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น ครั้งนั้น ท่านได้ว่ากล่าวตักเตือนฉัน ห้ามไม่ให้ทำ กรรมชั่วว่า ท่านจักไม่ได้สุคติเพราะกรรมชั่ว. ติสสา : ท่านไม่เชื่อถือเรา เพราะริษยาเรา ขอท่านจงดูวิบาก แห่งกรรมชั่วเช่นนี้ เมื่อก่อนนางทาสี และเครื่อง อาภรณ์ทั้งหลาย ได้มีแล้วในเรือนของท่าน แต่เดี๋ยวนี้ ทาสีเหล่านั้น พากันห้อมล้อมคนอื่น โภคะทั้งหลาย ก็ไม่มีแก่ท่านแน่แท้ บัดนี้กฏุมพีผู้เป็นบิดาของบุตร เรา ยังไปตลาดอยู่ ท่านอย่าเพิ่งไปจากที่นี่เสียก่อน บางที่เขาจะให้อะไรแก่ท่านบ้าง. นางเปรต : ฉันเป็นผู้เปลือยกายมีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น การเปลือยกายและมีรูปร่าง น่าเกลียด เป็นต้นนี้ เป็นการทำความละอาย ของหญิง ทั้งหลายให้กำเริบ ขออย่าให้ท่านกฏุมพีได้เห็นฉันเลย. ติสสา : ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้สิ่งไรหรือทำบุญอะไร ให้แก่ ท่าน ท่านจึงจะได้ความสุขสำเร็จความปรารถนา ทั้งปวงได้. นางเปรต : ขอท่านจงนิมนต์ภิกษุจากสงฆ์มา ๔ รูป จากบุคคล ๔ รูป รวมเป็น ๘ รูป ให้ฉันภัตตาหาร แล้วอุทิศส่วน บุญให้ฉัน เมื่อทำอย่างนั้น ฉันจึงจะได้ความสุข สำเร็จ ความปรารถนาทั้งปวงได้. นางติสสารับคำแล้ว นิมนต์ภิกษุ ๘ รูป ให้ฉันภัตตาหาร ให้ครองไตรจีวร แล้ว อุทิศส่วนกุศลไปให้นางเปรต ในทันตาเห็นนั่น เอง วิบาก คือ ข้าว น้ำ และเครื่องนุ่งห่ม ได้เกิดขึ้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ในขณะนั้นเอง นางเปรตมี ร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอันมีค่ายิ่งกว่าผ้า แคว้นกาสี ประดับด้วยผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร เข้า ไปหานางติสสา ผู้เป็นหญิงร่วมสามี. ติสสา : ดูก่อนนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่อง สว่างไสวไปทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาวประกายพรึก ท่าน มีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไร อิฐผลสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่ง ทุกอย่าง เพราะกรรมอะไร ดูก่อน นางเทพธิดา ผู้มี อานุภาพมาก ฉันขอถามท่าน เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรื่อง และ มีรัศมีอันสว่างไสวไปทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร. เทพธิดา : เมื่อก่อนฉันชื่อมัตตา ท่านชื่อ ติสสา เป็นหญิงร่วม สามีกับท่าน ได้ทำกรรมชั่วไว้ จึงจากมนุษยโลกนี้ ไปยังเปตโลก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน