เล่มที่ 49
ผู้ใดขี่ช้างเผือกชาติกุญชรมี ๔ เท้าไปข้าง หน้า คนนั้นเป็นบุต...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 74
เนื้อหา
ผู้ใดขี่ช้างเผือกชาติกุญชรมี ๔ เท้าไปข้าง หน้า คนนั้นเป็นบุตรหัวปีของข้าพเจ้าทั้งสอง เมื่อ เป็นมนุษย์เขาได้ถวายทานแก่สงฆ์ จึงได้รับความ สุขบันเทิงใจ ผู้ใดขี่รถเทียมด้วยแม่ม้าอัสดร ๔ ตัว แล่นเรียบไปท่ามกลาง ผู้นั้นเป็นบุตรคนกลาง ของข้าพเจ้าทั้งสอง เมื่อเขาเป็นมนุษย์เป็นคนไม่ ตระหนี่ เป็นทานบดีรุ่งโรจน์อยู่ นารีที่มีปัญญา ดวงตากลมงาม ดุจตาเนื้อ ขึ้นวอนข้างหลัง ผู้นั้น เป็นธิดาคนสุดท้ายของข้าพเจ้าทั้งสอง นางมี ความสุขเบิกบานใจ เพราะส่วนแห่งทานกึ่งส่วน เมื่อก่อนเขาทั้งสามมีจิตเลื่อมใส ได้ให้ทานแก่ สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ส่วนข้าพเจ้าทั้งสองเป็น คนตระหนี่ บริภาษสมณพราหมณ์ทั้งหลาย เขา ทั้งสามนี้ถวายทานแล้ว บำรุงบำเรอด้วยกามคุณ อันเป็นทิพย์ ส่วนข้าพเจ้าทั้งสองซูบซีดอยู่ ดุจ ไม้อ้อที่เขาตัดทิ้ง ฉะนั้น. อะไรเป็นโภชนะของท่าน อะไรเป็นที่ นอนของท่าน และท่านมีบาปธรรมอย่างยิ่ง ยัง อัตภาพให้เป็นไปอย่างไร เมื่อโภคะเป็นอันมาก มีอยู่ไม่น้อย ท่านหน่ายสุข ได้รับแต่ทุกข์ในวันนี้. ข้าพเจ้าทั้งสองตีซึ่งกันและกัน แล้วกิน หนองและเลือดของกันและกัน ได้ดื่มหนองและ เลือดเป็นอันมาก ก็ยังไม่หายอยาก มีความหิว อยู่เป็นนิจ สัตว์ทั้งหลายไม่ให้ทาน ละไปแล้ว เกิดในยมโลก ย่อมร่ำไรอยู่ เหมือนข้าพเจ้าทั้ง สองฉะนั้น สัตว์เหล่าใด ได้ประสบโภคะต่าง ๆ แล้ว ไม่ใช้สอยเอง ทั้งไม่ทำบุญ สัตว์เหล่านั้น จักต้องหิวกระหายในปรโลก ภายหลังถูกความ หิวแผดเผาไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ครั้นทำกรรม ทั้งหลายมีผลเผ็ดร้อน มีทุกข์เป็นกำไรแล้ว ย่อม ได้เสวยทุกข์ ก็บัณฑิตทั้งหลายรู้ทรัพย์และข้าว เปลือกเป็นอย่างหนึ่ง รู้ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายใน มนุษยโลกนี้เป็นอย่างหนึ่ง รู้ทรัพย์และข้าว เปลือกและชีวิตมนุษย์เป็นอีกอย่างหนึ่ง จากสิ่ง นอกนี้แล้ว พึงทำที่พึ่งของตน ชนเหล่าใดเป็นผู้ ฉลาดในธรรม มารู้ชัดอย่างนี้ ชนเหล่านั้นย่อม ไม่ประมาทในทาน เพราะได้ฟังคำของพระ- อรหันต์ทั้งหลาย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน