เล่มที่ 49

ว่า ทำกุศลแล้วกล่าวซ้ำว่า อัน กระทำกรรมดี พึงเห็นว่า เพื่อจะ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 12


เนื้อหา

ก็ในบทเหล่านี้ ท่านกล่าวว่า ทำกุศลแล้วกล่าวซ้ำว่า อัน กระทำกรรมดี พึงเห็นว่า เพื่อจะแสดงว่า แม้การบริจาคธรรม เป็นทาน โดยการให้ส่วนบุญ เหมือนการบริจาคไทยธรรม จักเป็น กุศลกรรมอันสำเร็จด้วยทานเหมือนกัน. ก็ในที่นี้ อาจารย์บางพวก กล่าวว่า พระอรหันต์ ท่านประสงค์เอาว่า เปรต. คำนั้นเป็นเพียง มติของเกจิอาจารย์เหล่านั้น เพราะที่มาว่าพระขีณาสพนั้น เป็น เปรตไม่มีเลย เพราะพระขีณาสพเหล่านั้น ไม่ประกอบภาวะ มีพืชเป็นต้น เหมือนทายก และเพราะผู้เกิดในกำเนิดเปรตมีภาวะ มีพืชเป็นต้นประกอบไว้. ในเวลาจบเทศนา สัตว์ ๘๔,๐๐๐ ตั้งต้นแต่เทพบุตรและ นางสุลสา ได้ตรัสรู้ธรรมแล้วแล. จบ อรรถกถาเขตตูปมาเปตวัตถุที่ ๑ กายของท่านล้วนมีสีเหมือนทองคำ รัศมี กายของท่าน สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ แต่หน้า ของท่านเหมือนหน้าสุกร เมื่อก่อนท่านได้ทำ กรรมอะไรไว้ เปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่พระนารทะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าได้ สำรวมกาย แต่ไม่ได้สำรวมวาจา เพราะเหตุนั้น รัศมีกายของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นกันที่ท่านเห็นอยู่ นั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอกล่าวกะท่าน สรีระ ของข้าพเจ้าท่านเห็นเองแล้ว ขอท่านอย่าทำบาป ด้วยปาก อย่าให้หน้าสุกรเกิดมีแก่ท่าน. เมื่อพระศาสดา ทรงอาศัยกรุงราชคฤห์ ประทับอยู่ใน พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปวิหาร ทรงปรารภเปรตผู้มีหน้าเหมือน สุกรตนหนึ่ง จึงตรัสคำเริ่มต้นว่า กาโย เต สพฺพโส วณฺโณ ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน