เล่มที่ 46
ก็มานัสนั้น ตรัสอย่างนี้ก็เพราะเป็น ธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 349
เนื้อหา
ก็มานัสนั้น ตรัสอย่างนี้ก็เพราะเป็น ธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต. บทว่า ภาวเย คือ พึงให้เจริญ. ชื่อว่า ไม่มีประมาณ เพราะเมตตานั้นไม่มีปริมาณ เมตตานั้น พระองค์ตรัสอย่างนี้ เพราะมีสัตว์ ไม่มีปริมาณเป็นอารมณ์. บทว่า อุทฺธํ ได้แก่ เบื้องบน ทรงถือเอาอรูปภพด้วยบทนั้น. บทว่า อโธ ได้แก่ เบื้องต่ำ ทรงถือเอากามภพด้วยบทนั้น. บทว่า ติริยํ ได้แก่ ท่ามกลาง ทรงถือเอารูปภพด้วยบทนั้น. บทว่า อสมฺพาธํ ได้แก่ เว้นจากความคับแคบ. มีอธิบายว่า มี เขตแดนทำลายแล้ว ข้าศึกเรียกว่า เขตแดน อธิบายว่า เป็นไปแล้วในเขตแดน แม้นั้น. บทว่า อเวรํ ได้แก่ ปราศจากเวร. มีอธิบายว่า เว้นจากการปรากฏ แห่งเวรเจตนา แม้ในระหว่าง ๆ. บทว่า อสปตฺตํ ได้แก่ ปราศจากข้าศึก. จริงอยู่ บุคคลผู้มีเมตตา เป็นเครื่องอยู่ ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมเป็นที่รักของอมนุษย์ ทั้งหลาย ย่อมไม่มีศัตรูไร ๆ ด้วยเหตุนั้น มานัสนั้นของบุคคลนั้น เรียกว่า ไม่มีศัตรู เพราะความเป็นผู้ปราศจากข้าศึกแล้ว. ก็คำว่า ข้าศึก ศัตรู นั่น เป็นคำปริยาย นี้เป็นการพรรณนาเนื้อความตามลำดับบท. ก็การพรรณนาเนื้อความที่ประสงค์ในคาถานี้มีดังนี้ เมตตามีในใจ นั่นใด อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กุลบุตรพึงเจริญเมตตามีในใจอันไม่มี ประมาณในสัตว์ทั้งปวง แม้อย่างนี้ ก็กุลบุตรพึงเจริญเมตตาอันไม่มีปริมาณ อันมีในใจนี้นั้นในโลกทั้งปวง คือ พึงให้เจริญ ได้แก่พึงให้ถึงความเจริญ ความงอกงาม ความไพบูล อย่างไร คือ ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวาง ได้แก่ เบื้องสูงจนถึงภัครพรหม เบื้องต่ำจนถึงอเวจี เบื้องขวางตลอดทิศ ที่เหลือ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน