เล่มที่ 46

คนรักษาพระราชอุทยานเห็นแล้ว ทูลบอกแด่พระราชา พระราชา ทรงดำริ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 166


เนื้อหา

คนรักษาพระราชอุทยานเห็นแล้ว ทูลบอกแด่พระราชา พระราชา ทรงดำริว่า เราจักจับช้าง ดังนี้แล้ว ทรงแวดล้อมด้วยเสนาเสด็จไป ช้างก็ เดินมุ่งหน้าต่อพระราชานั่นเทียว พระราชาทรงพระราชดำริว่า ช้างนี้เดินมา มุ่งหน้าเรา จึงผูกสอดลูกธนู ประทับยืนอยู่ แต่นั้น ช้างคิดว่า พระราชานั่น พึงยิงเราแน่ จึงพูดด้วยวาจามนุษย์ว่า พรหมทัต ! อย่ายิงเรา เราเป็นปู่ ของท่าน พระราชาตรัสว่า ท่านพูดอะไร จึงตรัสถามเรื่องราวทั้งหมด แม้ พญาช้างก็บอกเรื่องราวเกี่ยวกับราชสมบัติ ความเป็นไปในนรกและในกำเนิด ช้างทั้งหมด ส่วนพระราชาทรงประเล้าประโลมว่า อย่ากลัว อย่าให้ใคร ๆ สะดุ้ง ดังนี้แล้ว ทรงให้บำรุงอาหาร เครื่องลาด และเครื่องช้างแก่พญาช้าง. อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จไปประทับบนคอช้าง ทรงพระราชดำริว่า ช้างนี้เคยเสวยราชสมบัติเป็นเวลา ๒๐ ปี ตกนรกแล้ว เกิดในกำเนิดดิรัจฉาน ด้วยวิบากที่ยังเหลือนั่นแล เมื่อไม่อดกลั้น ซึ่งการกระทบกระทั่งกันในเพราะ อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ จึงมาในที่นี้ โอ ! การอยู่เป็นหมู่เป็นทุกข์ ส่วนการอยู่ คนเดียวเท่านั้น เป็นสุข ดังนี้ จึงทรงปรารภวิปัสสนาในที่นั้นแหละ ทรง กระทำให้แจ้ง ซึ่งปัจเจกโพธิญาณ, อำมาตย์ทั้งหลายเข้าไปเฝ้าพระราชาพระ- องค์นั้น ผู้เป็นสุขด้วยโลกุตรสุข ประนมมือกราบทูลว่า ได้เวลาเสด็จสู่พระยาน แล้ว มหาราช ลำดับนั้น พระองค์จึงตรัสว่า เราไม่ใช่ราชา แล้วตรัส พระคาถานี้ โดยนัยก่อนนั่นแลว่า นาโคว ยูถานิ วิวชฺชยิตฺวา สญฺชาตกฺขนฺโธ ปทุมี อุฬาโร ยถาภิรนฺตํ วิหรํ อรญฺเ เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป บุคคลพึงเป็นผู้เที่ยวไปผู้เดียวเหมือน นอแรด เปรียบเหมือนช้างใหญ่ที่เกิดใน ตระกูลปทุม มีขันธ์เกิดดีแล้ว ละโขลงอยู่ใน ป่าตามอภิรมย์ ฉะนั้น ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน