เล่มที่ 46
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ เพราะอาศัยประโยชน์นี้ว่า ภิกษุใดป...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 57
เนื้อหา
คาถานี้ท่านกล่าวไว้ในที่ ๒ แห่ง คือในขันธกวินัยและในเถรคาถา ๑ ในบรรดาอาคตสถานทั้ง ๒ แห่งนั้น ในขันธกะพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ เพราะอาศัยประโยชน์นี้ว่า ภิกษุใดปกปิดอาบัติไว้ กิเลสทั้งหลาย และอาบัติทั้งหลาย ย่อมรั่วรดจิตภิกษุนั้นบ่อย ๆ ส่วนภิกษุใดไม่ปกปิดอาบัติ ไว้ กิเลสทั้งหลายและอาบัติทั้งหลายย่อมไม่รั่วรดจิตของภิกษุนั้น (ส่วน) ใน เถรคาถา ท่านกล่าวไว้ว่า ผู้ใดมีกิเลสดุจหลังคา มีราคะเป็นต้น กิเลสนั้นย่อม ๑. คาถานี้ ไม่พบในเถรคาถา แต่ปรากฏอยู่ใน ขุททกนิกาย อุทาน. รั่วรดเรือน คือจิตที่ปกปิดไว้นั้นของผู้นั้น เพราะเรือนนั้นเป็นที่เกิดของ กิเลสมีราคะเป็นต้น ในอารมณ์ทั้งหลายมีอิฏฐารมณ์เป็นต้น หรือผู้ใดเมื่อ กิเลสเกิดขึ้นแล้ว ย่อมอดกลั้นไว้. ฝน คือกิเลสก็ย่อมรั่วรดกระท่อม คืออัตภาพของภิกษุนั่นเอง ที่ ปกปิดไว้ด้วยหลังคา คือกิเลสอันตนอดกลั้นเอาไว้ บ่อย ๆ. การที่หลังคา คือ กิเลส อันผู้ใดกำจัดเปิดออกแล้ว ด้วยลม คืออรหัตมรรคญาณ ฝน คือ กิเลสก็ย่อมไม่รั่วรดเรือน คือจิตของผู้นั้น เพราะฉะนั้น เนื้อความนี้ พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประสงค์เอาแล้วในที่นี้. ด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำจัดเครื่องปกปิด (หลังคา) ตามที่ กล่าวแล้ว โดยนัยตามที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า " กระท่อมมีหลังคาอันเปิดแล้ว." บทว่า นิพฺพุโต คือเข้าไปสงบแล้ว ด้วยว่า สรีระทั้งหมดนี้ร้อน แล้วด้วยไฟ ๑๑ กองใด ไฟ ๑๑ กองนั้นชื่อว่า คินิ. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ (ในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค) ว่า " ร้อนแล้วด้วยไฟ คือราคะ เป็นต้น " เพราะฉะนั้น พึงตรวจดูความพิสดาร จากพระสูตรข้างต้นนั้น ไฟนั้นของพระผู้มีพระภาคเจ้าดับสนิทแล้วที่ควงแห่งต้นโพธิ์นั่นแล ด้วยน้ำ คืออริยมรรค. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า " ไฟดับแล้ว ".
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน