เล่มที่ 42
โย เว อุปฺปติตํ โกธํ รถํ ภนฺติ ธารเย ตมหํ สารถิ พฺรูมิ รสฺมิ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 340
เนื้อหา
โย เว อุปฺปติตํ โกธํ รถํ ภนฺติ ธารเย ตมหํ สารถิ พฺรูมิ รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโน. " ผู้ใดแล พึงสะกดความโกรธที่พลุ่งขึ้นเหมือน คนห้ามรถที่กำลังแล่นไปได้, เราเรียกผู้นั้นว่า ' สารถี ' ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก. " บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปติตํ ได้แก่ ที่เกิดขึ้นแล้ว. สองบทว่า รถํ ภนฺตํว ความว่า เหมือนอย่างนายสารถีผู้ฉลาด ห้ามรถที่แล่นอยู่โดยกำลังเร็ว หยุดไว้ได้ตามต้องการ ชื่อฉันใด; บุคคล ใด พึงสะกด คืออาจข่มความโกรธที่เกิดขึ้นไว้ได้ ก็ฉันนั้น. บทว่า ตมหํ ความว่า เราเรียกบุคคลนั้นว่า สารถี. สองบทว่า อิตโร ชโน ความว่า ส่วนชนนอกนี้คือสารถีรถ ของอิสรชนมีพระราชาและอุปราชเป็นต้น ย่อมชื่อว่าเป็นเพียงผู้ถือเชือก หาใช่สารถีชั้นเยี่ยมไม่. ในกาลจบเทศนา เทพดาดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล, เทศนาได้มี ประโยชน์แม้แก่บริษัทที่ประชุมกันแล้ว ดังนี้แล. ฝ่ายเทพดา แม้เป็นพระโสดาบันก็ยังยืนร้องไห้อยู่. ครั้งนั้น พระ- ศาสดาตรัสถามเธอว่า " ทำไมหรือ เทพดา ? " เมื่อเทพดาทูลว่า " พระเจ้าข้า วิมานของข้าพระองค์ฉิบหายเสียแล้ว, บัดนี้ข้าพระองค์จะ ทําอย่างไร ? " จึงตรัสว่า " อย่าเลย เทพดา ท่านอย่าคิด เราจักให้ วิมานแก่ท่าน " แล้วทรงชี้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งเทพดาจุติไปเมื่อวันก่อน ใกล้กับพระคันธกุฎีในพระเชตวัน ตรัสว่า ่" ต้นไม้โน้นในโอกาสโน้น ว่าง, เธอจงเข้าสถิต ณ ต้นไม้นั้นเถิด. " เทพดานั้นเข้าสถิตที่ต้นไม้นั้น แล้ว. ตั้งแต่นั้น แม้เทพดาที่ทรงศักดิ์ใหญ่ ทราบว่า " วิมานของเทพดา นี้ อันพระพุทธเจ้าประทาน " ก็ไม่อาจมาทำให้เธอหวั่นไหวได้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน