เล่มที่ 42

ถามว่า " การอยู่ร่วมด้วยปราชญ์ ให้เกิดสุขอย่างไร

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 305


เนื้อหา

ถามว่า " การอยู่ร่วมด้วยปราชญ์ ให้เกิดสุขอย่างไร ? " แก้ว่า " เหมือนสมาคมแห่งหมู่ญาติฉะนั้น, " อธิบายว่า การสมาคมแห่งหมู่ญาติ อันเป็นที่รักให้เกิดสุขฉันใด ; การอยู่ร่วมด้วยปราชญ์ให้เกิดสุขฉันนั้น. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะการอยู่ร่วมกับคนพาลให้เกิดทุกข์, กับด้วยบัณฑิตให้เกิดสุข; ฉะนั้นแล ท่านทั้งหลายจงคบหา คือว่าเข้าไป นั่งใกล้ ท่านที่เป็นปราชญ์สมบูรณ์ด้วยปัญญา และผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา เป็นโลกิยะและโลกุตระ ซึ่งชื่อว่าผู้มีปัญญา และผู้ถึงพร้อมด้วยอาคมและ อธิคมที่ชื่อว่าพหุสูต ผู้ชื่อว่านำธุระไปเป็นปกติ เพราะความเป็นผู้มีอันนำ ธุระไปเป็นปกติ คือให้ถึงพระอรหัต ผู้ชื่อว่ามีวัตร เพราะวัตรคือศีล และวัตรคือธุดงค์ ผู้ชื่อว่าอริยะ เพราะความเป็นผู้ไกลจากกองกิเลส ผู้สัตบุรุษ ผู้มีปัญญางามเห็นปานนั้น, เหมือนพระจันทร์ซ่องเสพอากาศ ที่กล่าวกันว่าคลองเเห่งนักขัตฤกษ์ อันไม่มัวหมองฉะนั้น. ในกาลจบเทศนา คนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้นแล้ว ดังนี้แล. บุคคลประกอบตนไว้ในสิ่งอันไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบไว้ในสิ่งอันควรประกอบ ละเสียแล้ว ซึ่งประโยชน์ ถือเอาอารมณ์อันเป็นที่รัก ย่อมทะเยอ ทะยานต่อบุคคลผู้ตามประกอบตน บุคคลอย่าสมาคม กับสัตว์และสังขารทั้งหลายอันเป็นที่รัก (และ) ไม่ เป็นที่รักในกาลไหน ๆ (เพราะว่า) การไม่เห็นสัตว์ และสังขารอันเป็นที่รัก และการเห็นสัตว์และสังขาร อันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่พึง กระทำสัตว์หรือสังขารให้เป็นที่รัก เพราะความพราก จากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก เป็นการต่ำทราม กิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย ของเหล่าบุคคลผู้ไม่มี อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ย่อมไม่มี.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน