เล่มที่ 42

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ประชุมชาดก ๑ ว่า " ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 140


เนื้อหา

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ประชุมชาดก ๑ ว่า " พระเจ้าแผ่นดินในครั้งกระนั้น เป็นอานนท์. ตาพราหมณ์ในครั้งกระนั้น เป็นโลฬุทายี. มหาดเล็กโสมทัตในครั้งกระนั้น เป็นเราตถาคตนี่แหละ " จึงตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายีนี้ เมื่อคำอื่นอันคนควรพูด ก็ไพล่ พูดคำอื่นไปเสีย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น. แม้ในกาลก่อน เธอก็พูดแล้ว เพราะความที่ตนเป็นคนมีธรรมได้สดับน้อย. เพราะว่า คนมีสุตะน้อย ชื่อว่าเป็นเหมือนโคถึก จึงตรัสพระคาถาว่า ๗. อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิพทฺโทว ชีรติ มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺา ตสฺส น วฑฺฒติ. " คนมีสุตะน้อยนี้ ย่อมแก่เหมือนโคถึก, เนื้อของเขาย่อมเจริญ แต่ปัญญาของเขาหาเจริญไม่. " บรรดาบทเหล่านั้น เนื้อความแห่งบทว่า อปฺปสฺสุตายํ ว่าคนชื่อ ว่า อัปปัสสุตะ เพราะไม่มีหมวดสูตร ห้าสิบ ๑ หมวด หรือ ๒ หมวด ก็หรือว่า เพราะไม่มีวรรคสูตร ๑ วรรค หรือ ๒ วรรค โดยกำหนดที่สุด ทั้งหมด เพราะไม่มีแม้สูตร ๑ หรือ ๒ สูตร. แต่ได้เรียนกรรมฐาน เล็กน้อยประกอบความเพียรเนือง ๆ อยู่ ก็เป็นพหุสูตได้ทีเดียว. สองบทว่า พลิพฺทโทว ชีรติ ความว่า เหมือนโคถึกเมื่อแก่ คือเมื่อเฒ่า ย่อมโตขึ้นเพื่อประโยชน์แก่โคแม่พ่อหามิได้เลย แก่โคที่เป็น พี่น้องที่เหลือก็หามิได้. โดยที่แท้ก็แก่ไม่มีประโยชน์เลย ฉันใด, แม้ อัปปัสสุตชนนี้ไม่ทำอุปัชฌายวัตร, ไม่ทำอาจริยวัตร. และไม่ทำวัตรอื่น มีอาคันตุกวัตรเป็นต้น. ไม่หมั่นประกอบแม้สักว่าภาวนา. ชื่อว่า ย่อมแก่ ไม่มีประโยชน์เลย ฉันนั้นนั่นแหละ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน