เล่มที่ 42
ในเวลาเย็นวันนั้นเอง นางสิริมาได้ทำกาลกิริยาแล้ว
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 121
เนื้อหา
ในเวลาเย็นวันนั้นเอง นางสิริมาได้ทำกาลกิริยาแล้ว. พระราชา ทรงส่งพระราชสาสน์ไปถวายพระศาสดาว่า " พระเจ้าข้า นางสิริมาน้อง สาวหมอชีวก ได้ทำกาลกิริยาเสียแล้ว. " พระศาสดาทรงสดับเรื่องนั้น จึงส่งข่าวไปแด่พระราชาว่า " กิจคือการเผา (ศพ) นางสิริมา ยังไม่มี, พระองค์จงทรงรับสั่งให้เอาศพนางสิริมานั้นนอนในป่าช้าผีดิบแล้ว ให้ รักษาไว้โดยอาการที่กาและสุนัขจะกินไม่ได้เถิด. " พระราชาได้ทรงทำ ตามรับสั่งแล้ว. สามวันล่วงไปแล้วโดยลำดับ ในวันที่ ๔ สรีระขึ้นพอง แล้ว. หมู่หนอนไต่ออกจากปากแผลทั้ง ๙. สรีระทั้งสิ้นได้แตกสลาย คล้ายถาดข้าวสาลีฉะนั้น. พระราชาให้พวกราชบุรุษตีกลองโฆษณาใน พระนครว่า " เว้นเด็กๆที่เฝ้าเรือนเสีย ใครไม่มาดูนางสิริมาจะถูกปรับ ๘ กหาปณะ, " และได้ส่ง (พระราชสาสน์) ไปสำนักพระศาสดาว่า " นัย ว่าภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ของจงมาดูนางสิริมา; พระศาสดา รับสั่งให้เผดียงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า " เราทั้งหลายจะไปดูนางสิริมา. " ภิกษุ หนุ่มแม้รูปนั้นไม่เชื่อฟังคำของใครๆเลย ตลอด ๔ วัน อดอาหารนอน แซ่วอยู่แล้ว. ข้าวสวยในบาตรบูด, สนิมก็ตั้งขึ้นในบาตร. ลำดับนั้น ภิกษุ สหายนั้น จึงเข้าไปหาเธอแล้วบอกว่า " ผู้มีอายุ พระศาสดาจะเสด็จไป ทอดพระเนตรนางสิริมา." เธอแม้ถูกความหิวแผดเผาอย่างนั้น ก็ลุกขึ้น ได้โดยรวดเร็ว ในเพราะบทที่กล่าวว่า " สิริมา " นั่นเอง กล่าวถามว่า " ท่านว่าอะไรนะ " เมื่อภิกษุสหายตอบว่า " พระศาสดาจะเสด็จไปทอด พระเนตรนางสิริมา ท่านจะไปด้วยไหม ? " รีบรับว่า " ไปขอรับ " แล้ว เทข้าวล้างบาตรใส่ในถลก ได้ไปกับหมู่ภิกษุ. พระศาสดามีหมู่ภิกษุห้อม ล้อมแล้ว ได้ประทับอยู่ ณ ข้างหนึ่ง. ภิกษุณีสงฆ์ก็ดี ราชบริษัทก็ดี อุบาสกบริษัทก็ดี อุบาสิกาบริษัทก็ดี ได้ยืนอยู่พวกละข้าง.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน