เล่มที่ 41

สถานที่สัตว์เคยตายและไม่เคยตาย ลำดับนั้น พระศาสดา ตรัสถามสาม...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 213


เนื้อหา

สถานที่สัตว์เคยตายและไม่เคยตาย ลำดับนั้น พระศาสดา ตรัสถามสามเณรนั้นอีกว่า "ติสสะ เธอ อยู่ที่ไหน ? สามเณร. อยู่ที่เงื้อมเขานี้ พระเจ้าข้า. พระศาสดา. ก็เมื่ออยู่ในที่นั้น คิดอย่างไร ? สามเณร. ข้าพระองค์คิดว่า ' การกำหนดที่ทิ้งสรีระ อันเราผู้ตาย อยู่ ทำแล้วในที่นี้ ไม่มี' พระเจ้าข้า. พระศาสดา. ตรัสว่า "ดีละ ดีละ ติสสะ, ข้อนี้ อย่างนั้น, เพราะชื่อว่าสถานที่แห่งสัตว์เหล่านี้ ผู้ที่ไม่นอนตายบนแผ่นดิน ไม่มี " ดังนี้แล้ว จึงตรัสอุปสาฬหกชาดก ๑ ในทุกนิบาตนี้ว่า :- " พราหมณ์ นามว่าอุปสาฬหก หมื่นสี่พัน ถูกไฟไหม้แล้วในประเทศนี้, สถานที่อันสัตว์ไม่เคย ตายไม่มีในโลก. ความสัตย์ ๑ ธรรม ๑ ความไม่ เบียดเบียน ๑ ความสำรวม ๑ ความฝึกฝน (ทรมาน) ๑ มีอยู่ที่ใด, พระอริยเจ้าทั้งหลาย ย่อมเสพที่เช่นนั้น, สถานที่นั้นชื่อว่า อันสัตว์ไม่ เคยตายในโลก." เมื่อสัตว์ทั้งหลาย ทำการทอดทิ้งสรีระไว้เหนือแผ่นดิน ตายอยู่, สัตว์ทั้งหลาย ชื่อว่าตายในประเทศที่ไม่เคยตาย ย่อมไม่มี ด้วยประการ ฉะนี้. ๑. ขุ. ชา. ๒๗/๕๗. อรรถกถา. ๓/๗๐. ส่วนพระเถระทั้งหลาย เช่นพระอานนทเถระ ย่อมปรินิพพาน ในประเทศที่สัตว์ไม่เคยตาย. ดังได้สดับมา พระอานนทเถระ พิจารณาดูอายุสังขารในกาลที่มี อายุได้ ๑๒๐ ปี ทราบความที่อายุนั้นสิ้นไปรอบ จึงบอกว่า " เราจัก ปรินิพพานในวันที่ ๗ แต่วันนี้." บรรดามนุษย์ผู้อยู่ที่ฝั่งทั้งสองแห่ง แม่น้ำโรหิณี ทราบข่าวนั้นแล้ว ผู้ที่อยู่ฝั่งนี้ กล่าวว่า "พวกเรา มี อุปการะมากแก่พระเถระ, พระเถระจักปรินิพพานในสำนักของพวกเรา." ผู้ที่อยู่ฝั่งโน้นก็กล่าวว่า " พวกเรามีอุปการะมากแก่พระเถระ, พระเถระ จักปรินิพพานในสำนักของพวกเรา." พระเถระฟังคำของชนเหล่านั้นแล้ว คิดว่า "แม้พวกชนผู้ที่อยู่ฝั่งทั้งสองก็มีอุปการะแก่เราทั้งนั้น. เราไม่อาจ กล่าวว่า ' ชนเหล่านี้ไม่มีอุปการะ' ได้, ถ้าเราจักปรินิพพานที่ฝั่งนี้, ผู้อยู่ฝั่งโน้นจักทำการทะเลาะกับพวกฝั่งนี้ เพื่อจะถือเอา (อัฐิ) ธาตุ; ถ้าเราจักปรินิพพานที่ฝั่งโน้น, พวกที่อยู่ฝั่งนี้ ก็จักทำเหมือนอย่างนั้น; ความทะเลาะแม้เมื่อจะเกิด ก็จักเกิดขึ้นอาศัยเราแน่แท้, แม้เมื่อจะสงบ ก็จะสงบอาศัยเราเหมือกัน" ดังนี้แล้ว กล่าวว่า "ทั้งพวกที่อยู่ฝั่งนี้ ย่อมมีอุปการะแก่เรา, ทั้งพวกที่อยู่ฝั่งโน้น ก็มีอุปการะแก่เรา. ใคร ๆ ชื่อว่าไม่มีอุปการะไม่มี; พวกที่อยู่ฝั่งนี้จงประชุมกันที่ฝั่งนี้แหละ, พวก ที่อยู่ฝั่งโน้นก็จงประชุมกันที่ฝั่งโน้นแหละ." ในวันที่ ๗ แต่วันนั้น พระเถระนั่งโดยบัลลังก์ในอากาศประมาณ ๗ ชั่วลำตาล ในท่ามกลางแห่ง แม่น้ำ กล่าวธรรมแก่มหาชนแล้วอธิษฐานว่า "ขอสรีระของเราจงแตก ในท่ามกลาง, ส่วนหนึ่งจงตกฝั่งนี้, ส่วนหนึ่งจงตกฝั่งโน้น" นั่งอยู่ตาม ปกตินั่นแหละ เข้าสมาบัติมีเตโชธาตุเป็นอารมณ์. เปลวไฟตั้งขึ้นแล้ว. สรีระแตกแล้วในท่ามกลาง. ส่วนหนึ่งตกฝั่งนี้; ส่วนหนึ่งตกที่ฝั่งโน้น. มหาชนร้องไห้แล้ว. เสียงร้องไห้ ได้เป็นราวกะว่าเสียงแผ่นดินทรุด น่าสงสาร แม้กว่าเสียงร้องไห้ในวันปรินิพพานแห่งพระศาสดา. พวก มนุษย์ร้องไห้ร่ำไรอยู่ตลอด ๔ เดือน เที่ยวบ่นเพ้ออยู่ว่า " เมื่อพระเถระ ผู้รับบาตรจีวรของพระศาสดายังดำรงอยู่, ได้ปรากฏแก่พวกเรา เหมือน การที่พระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่, บัดนี้ พระศาสดาของพวกเรา ปรินิพพานแล้ว."


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน