เล่มที่ 41
ด่าพระอรหันต์ด้วยอาการ ๔ มีโทษ ครั้นเวลาเย็น เธอไปสู่ที่ที่พ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 170
เนื้อหา
ด่าพระอรหันต์ด้วยอาการ ๔ มีโทษ ครั้นเวลาเย็น เธอไปสู่ที่ที่พระเถระนั้นนอนแล้ว ด่าด้วยอาการ ๔ อย่างว่า " อาคันตุกะผู้มีอายุ ท่านเคี้ยวกินคูถ ประเสริฐกว่าการ บริโภคภัตในเรือนของกุฎุมพี. ท่านให้ถอนผมด้วยแปรงตาล ประเสริฐ ว่าการปลงผมด้วยช่างกัลบก ที่กุฎุมพีนำมา, ท่านเปลือยกายเที่ยวไป ประเสริฐกว่าการนุ่งผ้าสาฎก ที่กุฏุมพีถวาย, ท่านนอนเหนือแผ่นดิน ประเสริฐกว่าการนอนบนเตียง ที่กุฎุมพีนำมา." ฝ่ายพระเถระ คิดว่า " คนพาลนี่ อย่าฉิบหายเพราะอาศัยเราเลย" ดังนี้แล้ว ไม่เอื้อเฟื้อถึง การนิมนต์ ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ได้ไปตามสบายแล้ว. ฝ่ายภิกษุเจ้าถิ่น ทำวัตร ที่ควรทำในวิหารแต่เช้าตรู่แล้ว เคาะระฆังด้วยหลังเล็บเท่านั้น ด้วยความ สำคัญว่า " เวลานี้ เป็นเวลาเที่ยวภิกษา, แม้บัดนี้ ภิกษุอาคันตุกะ หลับอยู่, เธอพึงตื่นด้วยเสียงระฆัง ดังนี้แล้ว เข้าไปสู่บ้านเพื่อ บิณฑบาต แม้กุฎุมพีนั้น กระทำสักการะแล้ว แลดูทางมาของพระเถระ ทั้งสอง เห็นภิกษุเจ้าถิ่นแล้ว ถามว่า " ท่านผู้เจริญ พระเถระไปไหน ?" ทีนั้น ภิกษุเจ้าถิ่น กล่าวกะกุฎุมพีนั้นว่า " ผู้มีอายุ อย่าได้พูดถึงเลย ภิกษุกุลุปกะของท่าน เข้าสู่ห้องน้อย ในเวลาที่ท่านออกไปเมื่อวาน ก้าวลงสู่ความหลับ เมื่อข้าพเจ้า ทำเสียงกวาดวิหารก็ดี เสียงกรอกน้ำ ในหม้อฉันและหม้อน้ำใช้ก็ดี เสียงระฆังก็ดี ตั้งแต่เช้าตรู่ ก็ยังไม่รู้สึก..." กฎุมพีคิดว่า "ชื่อว่าการหลับจนถึงกาลนี้ ย่อมไม่มี แก่พระผู้เป็นเจ้าของ เราประกอบด้วยอิริยาบถสมบัติเช่นนั้น, แต่ท่านผู้เจริญรูปนี้ จักกล่าวคำ อะไร ๆ แน่นอน เพราะเห็นเราทำสักการะแก่ท่าน." เพราะความที่ตน เป็นบัณฑิต กุฎุมพีนั้น จึงนิมนต์ให้ภิกษุฉันโดยเคารพ ล้างบาตรของ ท่านให้ดีแล้ว ให้เต็มด้วยโภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ แล้วกล่าวว่า " ท่าน ผู้เจริญ ถ้าท่านพึงเห็นพระผู้เป็นเจ้าของกระผม, ท่านพึงถวายบิณฑบาต นี้ แก่พระผู้เป็นเจ้านั้น." ภิกษุนอกนี้พอรับบิณฑบาตนั้นแล้ว ก็คิดว่า "ถ้าภิกษุนั้น จักบริโภคบิณฑบาตเห็นปานนี้ไซร้, เธอก็จักข้องอยู่ในที่นี้ เท่านั้น" ทิ้งบิณฑบาตนั้นในระหว่างทาง ไปสู่ที่อยู่ของพระเถระ แลดู พระเถระนั้นในที่นั้นมิได้เห็นแล้ว. ทีนั้น สมณธรรมแม้ที่เธอทำไว้ สิ้น สองหมื่นปีไม่อาจเพื่อรักษาเธอได้ เพราะเธอทำกรรมประมาณเท่านี้. ก็ ในกาลสิ้นอายุ เธอเกิดแล้วในอเวจี เสวยทุกข์เป็นอันมาก สิ้นพุทธันดร หนึ่ง ในพุทธุปบาทกาลนี้ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ซึ่งมีข้าวและน้ำมาก แห่งหนึ่งในพระนครราชคฤห์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน