เล่มที่ 41

ส่วนที่ 5

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 5


เนื้อหา

๑. คือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘. ๒. ฉันทราคะ แปลว่า ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ. พระศาสดาทรงเฉลยปัญหาเองทีเดียว. ในเวลาจบเทศนา ภิกษุ ๕๐๐ รูป บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลายแล้ว, เทศนา ได้มีประโยชน์แม้แก่บริษัทผู้ประชุมกัน ดังนี้แล. เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูปผู้ขวนขวายในปฐวีกถา จบ. ๒. เรื่องพระเถระผู้เจริญมรีจิกัมมัฏฐาน [๓๔] พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุรูปใด รูปหนึ่ง ผู้เจริญมรีจิกัมมัฏฐาน ๑ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " เผณูปมํ" เป็นต้น. ดังได้สดับมา พระเถระนั้น เรียนกัมมัฏฐานในสำนักพระศาสดา แล้วคิดว่า " เราจักทำสมณธรรม " ดังนี้แล้ว เข้าไปสู่ป่า พากเพียร พยายามแล้ว ก็ไม่อาจบรรลุพระอรหัตได้ จึงกลับมายังสำนักพระศาสดา ด้วยตั้งใจว่า " จักทูลอาราธนาให้ตรัสบอกพระกัมมัฏฐานให้วิเศษ, " เห็นพยับแดดในระหว่างทาง เจริญมรีกัมมัฏฐานว่า " พยับแดดนี้ ตั้งขึ้นแล้วในฤดูร้อน ย่อมปรากฏแก่บุคคลทั้งหลายผู้ยืนอยู่ ณ ที่ไกล ดุจมีรูปร่าง, แต่ไม่ปรากฏเลย แก่บุคคลผู้มาสู่ที่ใกล้ฉันใด; แม้อัตภาพนี้ ก็มีรูปเหมือนอย่างนั้น เพราะอรรถว่า เกิดขึ้นและเสื่อมไป" เดินมาแล้ว เมื่อยล้าในหนทาง อาบน้ำในแน่น้ำอจิรวดี นั่งที่ร่ม (ไม้) ริมฝั่ง แม่น้ำมีกระแสอันเชี่ยวแห่งหนึ่ง เห็นฟองน้ำใหญ่ ตั้งขึ้นด้วยกำลังแห่ง น้ำกระทบกันแล้วแตกไป ได้ถือเอาเป็นอารมณ์ว่า " แม้อัตภาพนี้ ก็มี รูปร่างอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะอรรถว่า เกิดขึ้นแล้วก็แตกไป." ๑. กัมมัฏฐานมีอันพิจารณาพยับแดดเป็นอารมณ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน