เล่มที่ 38

จบสูตรที่ ๙ อรรถกถาปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙ ปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 182


เนื้อหา

จบสูตรที่ ๙ อรรถกถาปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙ ปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ติรจฺฉานกถํ ได้แก่ เรื่องที่ขัดขวางทางสวรรค์และนิพาน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่นำสัตว์ออกทุกข์. บรรดาดิรัจฉานกถานั้น กถา คือเรื่องที่ปรารภพระราชาแล้วดำเนินไปโดยนัยเป็นต้นว่า พระเจ้ามหา- สมมติราช พระเจ้ามันธาตุราช พระเจ้าธรรมาโศกราช ทรงมีอานุภาพมาก อย่างนี้ ชื่อว่าราชกถา. ในโจรกถาเป็นต้นก็นัยนี้. กถาคือเรื่องที่กล่าว เกี่ยวกับเหย้าเรือน โดยนัยเป็นต้นว่า ราชาพระองค์โน้น งดงามน่าชม ก็เป็นดิรัจฉานกถา. ส่วนกถาที่เป็นไปอย่างนี้ว่า พระราชาแม้พระองค์นั้น มีอานุภาพมากอย่างนั้น . ถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ยังตั้งอยู่ในความเป็น กรรมฐาน. แม้ในเหล่าโจร กถาที่อาศัยกรรมของโจรเหล่านั้นเป็นไป โดย นัยว่า มูลเทวโจรมีอำนาจมากอย่างนี้ เมฆมาลโจร มีอำนาจมากอย่างนี้ กถาที่เกี่ยวกับเหย้าเรือนว่า ใจพวกเขาเป็นคนกล้าหาญ ดังนั้น จึงเป็น ดิรัจฉานกถา. แม้ในเรื่องการยุทธ์ทั้งหลายมีภารตยุทธ์เป็นต้น กถาที่เป็น ไปโดยอำนาจความยินดีในกรรม ว่าคนโน้น ถูกคนโน้น ทำให้ตายอย่างนี้ ยิงอย่างนี้ ชื่อว่าดิรัจฉานกถา. ส่วนกถาที่เป็นไปอย่างนี้ว่า แม้คนเหล่า นั้น ก็ถึงความสิ้นไป ย่อมเป็นกรรมฐานในกถาทุกกถา. อนึ่งในเรื่อง อาหารมีข้าวเป็นต้น จะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีในสิ่งน่าใคร่ว่า เรา เคี้ยวกิน ดื่มบริโภค อาหารมีสีดี มีรสอร่อยอย่างนี้ ไม่ควร. แต่จะกล่าว ให้มีประโยชน์ว่า แต่ก่อน เราได้ถวายข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน มาลัย ของ- หอม ที่สมบูรณ์ด้วยสีเป็นต้น ได้ทำการบูชาพระเจดีย์อย่างนี้ ก็ควร. แม้ในเรื่องญาติทั้งหลาย จะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า พวกญาติของเรา เป็นคนกล้าสามารถ หรือว่า แต่ก่อน พวกเราพากันท่องเที่ยวด้วยยานอัน วิจิตรอย่างนี้ ไม่ควร. แต่พึงกล่าวให้เป็นประโยชน์อย่างนี้ว่า พวกญาติ ของเรานั้น ก็ถึงความสิ้นไป หรือว่า แต่ก่อน พวกเราได้ถวายรองเท้า อย่างนี้แก่สงฆ์. แม้กถาเรื่องบ้านที่เป็นไปด้วยอำนาจ ที่ทั่งอยู่ดี ที่ตั้งอยู่ เลว หาภิกษาได้ง่าย หาภิกษาได้ยากเป็นต้น หรือด้วยอำนาจความยินดี อย่างนี้ว่า ชาวบ้านโน้น เป็นคนกล้าสามารถ ดังนี้ ไม่ควร. แต่จะกล่าวให้ เป็นประโยชน์ว่า พวกเขามีศรัทธาเลื่อมใส หรือว่าเขาถึงความสิ้นความ เสื่อมไป ดังนี้ก็ควร. แม้ในกถาเรื่องนิคม นคร ชนบทก็นัยนี้เหมือนกัน. แม้กถาเรื่องสตรี ที่เป็นไปอาศัยวรรณะและทรวดทรงเป็นต้น ด้วยอำนาจ ความยินดี ไม่ควร. แต่จะกล่าวอย่างนี้นี่แลว่า สตรีผู้นั้น มีศรัทธาเลื่อมใส ก็ถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ควร. แม้กถาเรื่องคนกล้าหาญ ที่เป็นไปด้วยอำนาจ ความยินดีเท่านั้นว่า นักรบชื่อนันทมิตร เป็นคนกล่า ดังนี้ ไม่ควร. ที่เป็น ไปอย่างนี้นี่แลว่า เขาเป็นคนมีศรัทธา แต่ก็ถึงความสิ้นไปเสียแล้ว. ก็การ กล่าวเรื่องสุราในบาลีมีหลายอย่าง กล่าวเรื่องของเมาด้วยอำนาจความยินดี ไม่ควร. กล่าวด้วยอำนาจแห่งโทษเท่านั้นจึงควร. แม้กถาเรื่องถนนหนทาง ที่เป็นไปด้วยอำนาจความยินดีว่า ถนนโน้นตั้งอยู่ดี ตั้งอยู่เลว ไม่ควร ที่เป็นไปว่า คนถนนโน้นมีศรัทธา เลื่อมใส ก็ถึงความสิ้นไป ดังนี้จึงควร. กถาที่เกิดขึ้นประจำที่ท่าน้ำ กถาเรื่องท่าน้ำ หรือกถาเรื่องทาสีเทินหม้อน้ำ ท่านเรียกชื่อว่า กุมภัฏฐานกถา แม้กุมภัฏฐานกถานั้น ที่เป็นไปด้วย อำนาจความยินดีเท่านั้นว่า สตรีเทินหม้อน้ำ น่าเลื่อมใส ฉลาดฟ้อนรำ ขับร้องดังนี้ ไม่ควร. ที่เป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า นางมีศรัทธาเลื่อมใส ดังนี้ จึงควร. กถาเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ชื่อว่า ปุพพเปตกถา. ใน ปุพพเปตกถานั้น พึงทราบวินิจฉัยเช่นเดียวกับกถาเรื่องญาติปัจจุบัน. ดิรัจฉานกถาที่มีสภาวะต่างๆ ที่เหลือ พ้นจากต้นและกถาหลัง ชื่อว่า นานัตตกถา. กถาสนทนากันด้วยโลกายตศาสตร์วิตัณฑศาสตร์ เป็นต้น อย่างนี้ว่า โลกนี้ใครสร้าง กาขาวเพราะมีกระดูกขาว นกตะกรุมแดง เพราะมีเลือดแดง เทวะชื่อโน้นสร้าง ชื่อว่า โลกักขายิกา. กถาเรื่องกล่าว ถึงสมุทร [ทะเล] อันกล่าวถึงเรื่องไร้ประโยชน์เป็นต้น อย่างนี้ว่า เพราะ เหตุไรสมุทรจึงชื่อว่าสาคร. เพราะพระเจ้าสาคระทรงขุด สาครชื่อว่าสมุทร เพราะพระเจ้าสาคระทรงประกาศด้วยพระราชลัญจกรว่า สาครเราขุด ชื่อ ว่า สมุททักขายิกา. บทว่า ภโว ได้แก่ ความเจริญ. บทว่า อภโว ได้แก่ ความเสื่อม. บทว่า อิติภโว ความว่า กถาที่กล่าวถึง เหตุที่ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรเป็นไป ชื่อว่า อิติภวาภวกถา.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน