เล่มที่ 38
ทุติยอริยวสสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉ
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 44
เนื้อหา
ทุติยอริยวสสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. ก็เพราะเหตุที่ภิกษุชาวกุรุรัฐ มีปัญญาลึกซึ้ง ขวนขวายกันในเวลา อันสมควร ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระสูตรนี้ที่ลึกซึ้ง นำ ไตรลักษณ์อันละเอียดอ่อนมาอย่างนั้นเหมือนกัน เหมือนที่ตรัสมหา- นิทานสูตรเป็นต้น ในคัมภีร์ทีฆนิกายเป็นอาทิแก่ภิกษุเหล่านั้น ฉะนั้น บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺจงฺควิปฺปหีโน ความว่า ภิกษุเป็นผู้ไม่ ประกอบด้วยองค์ ๕ สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว กำลังอยู่ จักอยู่ เพราะฉะนั้น ภิกษุนี้จึงตรัสเรียกว่า อริยวาส เพราะมีธรรมเครื่อง อยู่สำหรับพรอริยะ เพราะเป็นผู้ละองค์ ๕ ได้แล้ว ในบททั้งปวงกัน ดังนี้. บทว่า เอวํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉฬงฺคสมนฺนาคโต โหติ ความว่า ย่อมเป็นผู้ประกอบด้วยฉฬังคุเบกขา ถามว่า อะไรชื่อว่า ฉฬังคุเบกขา- ธรรม ตอบว่า ธรรมทั้งหลายมีญาณเป็นต้น เมื่อกล่าวว่า ญาณ ย่อม ได้กิริยาจิตที่สัมปยุจด้วยญาณ ๔ ดวง เมื่อกล่าวว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ ติดต่อกัน ก็ได้มหาจิต ๘ ดวง, เมื่อกล่าว่า ความรักความโกรธไม่มี ก็ย่อมได้จิต ๑๐ ดวง โสมนัสสญาณ ก็ได้ด้วยอำนาจอาเสวนปัจจัย. บทว่า สตารกฺเขน เจตสา ความว่า ก็สติของพระขีณาสพ ย่อมให้สำเร็จกิจคือหน้าที่รักษาในทวารทั้ง ๓ ทุกเวลา ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ญาณทัสสนะของพระขีณาสพนั้น ซึ่งเดินยืนหลับและตื่น ท่านจึงเรียกว่า ย่อมปรากฏติดต่อกัน มีอยู่พร้อมแล้ว . บทว่า ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ ได้แก่ ของสมณพราหมณ์เป็นอันมาก. ก็ในคำว่า ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ นี้ ที่ชื่อว่า สมณะ ได้แก่ผู้ถือบรรพชา. ที่ชื่อว่า พราหมณ์ ได้แก่ผู้ กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน