เล่มที่ 37

พระศาสดาตรัสทานของเวลามะด้วยเหตุประมาณเท่านี้แล้ว ตรัสว่า ดู...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 533


เนื้อหา

พระศาสดาตรัสทานของเวลามะด้วยเหตุประมาณเท่านี้แล้ว ตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี คนอื่นมิได้ให้แล้วซึ่งมหาทานนั้น เราได้ ให้แล้ว ก็เราแม้เมื่อให้ทานเห็นปานนั้น หาได้บุคคลสมควรเพื่อ จะรับไม่ ท่านได้ให้ทานเมื่อพระพุทธเจ้าผู้เช่นเราปรากฏอยู่ในโลก เพราะเหตุไร จึงคิดเล่าดังนี้ เมื่อทรงเทศนาออกให้กว้างแก่เศรษฐี จึงได้ตรัสคำเป็นต้นว่า สิยา โข ปน เต ดังนี้. ถามว่า ก็รูป เวทนา สัญญา สังขาร ละวิญญาณเหล่าใด ได้มีแล้วในกาลนั้น รูปเป็นต้น เหล่านั้น ดับแล้วมิใช่หรือ เพราะเหตุไร. พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ตรัสว่า สมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์ชื่อเวลามะดังนี้. ตอบว่า เพราะ ตัดประเพณีไม่ขาด. ด้วยว่ารูปเป็นต้นเหล่านั้น เมื่อดับ ให้ปัจจัยแก่ ธรรมมีเวทนา เป็นต้นเหล่านี้แล้ว จึงดับ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัส อย่างนี้หมายถึงประเพณี (คือธรรม ) ที่สืบต่อกันไม่ขาด. บทว่า น ตํ โกจิ ทกฺขิณํ โสเธติ ความว่า ไม่มีใคร ๆ พึงกล่าวว่าใคร เป็นสมณะ. หรือพราหมณ์ เทวดาหรือมาร ลุกขึ้นแล้ว ย่อมชำระ ทักษิณาให้บริสุทธิ์. ก็โดยสูงสุดพระพุทธเจ้าพึงชำระทักษิณานั้น ให้บริสุทธิ์. บทว่า ทิฏฺ€สมฺปนฺนํ ได้แก่ ทานผู้เป็นโสดาบัน ถึง พร้อมทัสนะ (โสดาปัตติมรรค). ว่า อิทํ ตโต มหปุผลตรํ ความว่า ทานที่ ให้แล้วแก่ท่านผู้เป็นโสดาบันนี้ มีผลมากกว่าทานที่บุคคลบริจาค เงินและทองประมาณเท่านี้ให้แล้วแก่โลกียมหาชนสิ้น ๗ ปี ๗ เดือน ในบทนี้ว่า โย จ สตํ ทิฏฺ€สมฺปนฺนานํ ความว่า พึงพราบ การนับโสดาบันถึงท่านผู้เป็นโสดาบันเกินร้อยไปคนหนึ่ง ด้วย อำนาจท่านผู้เป็นสกทาคามีคนหนึ่ง. โดยอุบายนี้ พึงทราบการนับ บุคคลถึงจะคูณด้วยร้อยโดยลำดับที่บนแล้วในหนหลังในวาระทั้งปวง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน