เล่มที่ 37
รกล่าวแล้ว ในคามนิคม ๒ อย่างนั้น พึงรู้คามนิคมใดว่า เมื่อ เร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 493
เนื้อหา
ก็คำที่เรากล่าวว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย แม้คามนิคมก็พึง ทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัย อะไรกล่าวแล้ว ในคามนิคม ๒ อย่างนั้น พึงรู้คามนิคมใดว่า เมื่อ เราเสพคามนิคมนี้ อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อม คามนิคมเห็นปานนี้ไม่ควรเสพ พึงรู้คามนิคมใดว่า เมื่อเราเสพ คามนิคมนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ คามนิคม เห็นปานนี้ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย แม้ คามนิคมก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว. ก็คำที่เรากล่าวดังนี้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย แม้ชนบท และประเทศพึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควรเสพก็มี นั้นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้วในชนบทและประเทศ ๒ อย่างนั้น พึงรู้ชนบทและประเทศใดว่า เมื่อเราเสพชนบทและประเทศนี้ อกุศลธรรมย่อมเสื่อม กุศลธรรมย่อมเจริญ ชนบทและประเทศ เห็นปานนี้ควรเสพ คำที่เรากล่าวว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย แม้ ชนบทและประเทศก็พึงทราบโดยส่วน ๒ คือ ควรเสพก็มี ไม่ควร เสพก็มี นั้นเราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว. พึงทราบวินิจฉัยใน เสวนาสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ชีวิตปริกฺขารา ได้แก่ เป็นสิ่งเกื้อกูลแก่ชีวิต. บทว่า สมุทาเนตพฺพา ได้แก่ บรรพชิต พึงรวบรวมไว้. บทว่า กสิเรน สมุทาหรนฺติ ได้แก่ ย่อมเกิดขึ้นได้โดยความลำบาก. ในบทว่า รตฺติภาคํ วา ทิวสภาคํ วา นี้ บุคคลนั้นรู้ในกลางคืน พึงหลีกไปเสีย ในกลางคืนทีเดียว เมื่ออันตรายมีสัตว์ร้ายเป็นต้นมีอยู่ในกลางคืน พึงรอถึงดวงอาทิตย์ขึ้น รู้ในกลางวัน พึงหลีกไปเสียในกลางวัน เมื่ออันตรายมีอยู่ในกลางวัน พึงรอถึงดวงอาทิตย์ตก. บทว่า สงฺขาปิ ได้แก่ รู้เหตุร้ายความเต็มด้วยภาวนาของความเป็นสมณะ. ส่วน บท โส ปุคฺคโล พึงสัมพันธ์ด้วยบทนี้ว่า นานุพนฺธิตพฺโพ บทว่า อนาปุจฺฉา ความว่า แต่ในที่นี้ พึงหลีกไปไม่ต้องลาบุคคลนั้น. บทว่า อปิ ปนุชฺชมาเนน ได้แก่ ถูกคร่าออกไป. ก็บุคคลเห็นปานนี้ ลงโทษให้ยกมัดฟืนหนึ่งร้อย หม้อน้ำหนึ่งร้อย หรือหม้อทรายหนึ่งร้อย หรือให้ไล่ออกไปด้วยกล่าวว่า ท่านอย่าอยู่ในที่นี้ แม้ให้ผู้นั้นขอโทษ แล้ว พึงติดตามคือไม่พึงทอดทิ้งบุคคลนั้นไปตลอดชีวิต จบ อรรถกถาเสวนาสูตรที่ ๖
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน