เล่มที่ 37

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงโอวาทว่า เมื่อ ก่อนท่านเห็นชน ๑๐ คนบ้าง...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 257


เนื้อหา

บทว่า โอปานภูตํ ได้แก่ ตระกูลที่ตั้งอยู่ดุจบ่อน้ำที่เขาจัด แต่งไว้. บทว่า กุลํ ได้แก่ นิเวศน์ที่อยู่อาศัยของท่าน. ด้วยบทว่า ทาตพฺพํ มญฺเยฺยาสิ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงโอวาทว่า เมื่อ ก่อนท่านเห็นชน ๑๐ คนบ้าง ๒๐ คนบ้าง มาถึงไม่กล่าวว่าไม่มี แล้วก็ให้ไป บัดนี้ ท่านอย่างตัดไทยธรรมสำหรับนิครนถ์เหล่านี้เสีย โดยเหตุเพียงถึงเราเป็นที่พึ่งเท่านั้นเลย ความจริงท่านควรให้แก่ นิครนถ์ผู้มาถึงอย่างเดิม. สีหเสนาบดีทูลว่า คำนั้นข้าพระองค์ ได้ฟังมาแล้ว พระเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ได้ฟัง มาจากไหน ? สีหเสนาบดีทูลว่า จากสำนักนิครนถ์ พระเจ้าข้า. ได้ยินว่า นิครนถ์เหล่านั้นประกาศไปในเรือนแห่งตระกูลทั้งหลาย อย่างนี้ว่า เราทั้งหลายกล่าวว่า ควรให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งผู้มาถึงเข้า แต่พระสมณโคดมพูดอย่างนี้ว่า ควรให้ทานแก่เราเท่านั้น ไม่ควร ให้ทานแก่คนเหล่อื่น ควรให้แก่สาวกของเราเท่านั้น ไม่ควร ให้แก่สาวกของศาสดาอื่น ทานที่ให้แก่เราเท่านั้นมีผลมาก ทาน ที่ให้แก่คนเหล่าอื่นไม่มีผลมาก ทานที่ให้แก่สาวกของเราเท่านั้น มีผลมาก ที่ให้แก่สาวกของศาสดาอื่นไม่มีผลมาก. สีหเสนาบดี กล่าวว่า สุตเมตํ หมายเอาคำนัน. บทว่า อนุปุพฺพกถํ ได้แก่ ถ้อยคำตามลำดับอย่างนี้ว่า ศีลในลำดับแห่งทาน สวรรค์ในลำดับแห่งศีล มรรคในลำดับแห่ง สวรรค์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทานกถํ ได้แก่ ถ้อยคำที่ เกี่ยวด้วยคุณของทานมีอาทิอย่างนี้ว่า ชื่อว่าทานนี้เป็นเหตุแห่ง ความสุข เป็นมูลแห่งสมบัติ เป็นที่ตั้งแห่งโภคะทั้งหลาย เป็นที่ ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นคติ เป็นที่สำนักของบุคคลผู้เดินทางไม่เรียบ ที่พึงอาศัย ที่พึ่ง ที่ยึดหน่วง ที่ต้านทาน ที่เร้น ที่ไป ที่พำนัก เช่นกันทาน ในโลกนี้และโลกหน้า ไม่มี. จริงอยู่ ทานนี้เป็นเช่น กับอาสนะทองคำอันสำเร็จด้วยรัตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่พึ่ง อาศัย เป็นเช่นกับมหาปฐวี เพราะอรรถว่า เป็นที่ตั้งอาศัย เป็น เช่นกับเชือกสำหรับยึดเหนี่ยว เพราะอรรถว่าเป็นที่ยึดหน่วง และทานนี้เป็นดุจนาวา เพราะอรรถว่าเป็นที่ช่วยทุกข์ เป็นดุจนักรบ ผู้แกล้วกล้าในสงคราม เพราะอรรถว่าเป็นที่โล่งใจ เป็นดุจนคร ที่จัดแต่งไว้ดีแล้ว เพราะอรรถว่าเป็นที่ต้านภัย เป็นดุจดอกปทุม เพราะอรรถว่าไม่ถูกมลทินคือ ความตระหนี่เป็นต้น ซึมซาบ เป็น ดุจเพลิง เพราะอรรถว่าเผามลทินคือ ความตระหนี่เป็นต้นเหล่านั้น เป็นดุจอสรพิษ เพราะอรรถว่าเข้าใกล้ได้ยาก เป็นดุจสีหะ เพราะ อรรถว่าไม่หวาดสะดุ้ง เป็นดุจช้าง เพราะอรรถว่ามีกำลัง เป็นดุจ โคอุสภะขาว เพราะอรรถว่าอันโลกสมบัติว่าเป็นมงคลยิ่ง เป็นดุจ พระยาม้าวลาหก เพราะอรรถว่าทำบุคคลให้ถึงถิ่นอันเกษมปลอดภัย. บรรดาว่าทานนี้เป็นหนทางที่เราไป นั่นเป็นวงศ์ของเรา เราเมื่อ บำเพ็ญบารมี ๑๐ ได้ปฏิบัติมหายัญเป็นอเนกคือ มหายัญครั้งเป็น เวลามพราหมณ์ มหายัญครั้งเป็นมหาโควินทพราหมณ์ มหายัญ ครั้งเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่ามหาสุทัศนะ มหายัญครั้งเป็น เวสสันดร เราเมื่อครั้งเป็นกระต่ายได้มอบตนในกองเพลิงที่ลุกโชน แล้วประคับประคองจิตของยาจกที่มาถึงไว้ได้ ด้วยว่าทานในโลก ย่อมให้สักกสมบัติ มารสมบัติ พรหมสมบัติ จักรพรรดิสมบัติ สาวกบารมีญาณ ปัจเจกโพธิญาณ ให้อภิสัมโพธิญาณ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน