เล่มที่ 37

บทว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ป€มา อภินิพฺภิทา อโหสิ กุกฺกุฏจฺฉาป...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 239


เนื้อหา

บทว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ป€มา อภินิพฺภิทา อโหสิ กุกฺกุฏจฺฉาปกสฺเสว อณฺฑโกสมฺพา ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ การทำลายกะเปาะไข่ คืออวิชชาอันปกปิดขันธ์ที่เคยอยู่อาศัย ในกาลก่อน ด้วยจะงอยปาก คือบุพเพนิวาสานุสสติญาณ ความรู้ ในการระลึกชาติหนหลัง แล้วชำแรกได้ครั้งที่ ๑ ออกไปครั้งที่ ๑ เกิดเป็นอริยะครั้งที่ ๑ นี้แล ได้มีแล้วแก่เรา เหมือนลูกไก่ทำลาย กะเปาะฟองไข่ ด้วยจะงอยปากหรือปลายเล็บเท้าแล้วชำแรกออกไป จากกะเปาะฟองไข่นั้น เกิดเติบโตในฝูงไก่ ฉะนั้น. นัยในบุพเพ- นิวาสกถาว่าด้วยความรู้เรื่องขันธ์เป็นที่อยู่อาศัยในกาลก่อน เพียง เท่านี้ก่อน. ส่วนใน จุตูปปาตกถา ว่าด้วยความรู้จุติและอุบัติของสัตว์ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า วิชฺชา ได้แก่ วิชชา คือ ทิพพจักขุญาณ. บทว่า อวิชฺชา ได้แก่ อวิชชาอันปกปิดจุตูปปาตญาณ. เหมือนอย่างกล่าวไว้ ในบุพเพนิวาสกถาว่า ทำลายกะเปาะฟองไข่ คืออวิชชาอันปกปิด ขันธ์ที่อาศัยอยู่ในก่อน ด้วยจะงอยปาก คือบุพเพนิวาสานุสสติญาณ ดังนี้ ฉันใด ในที่นี้ควรกล่าว ว่าทำลายกะเปาะไข่ คืออวิชชา อันปกปิดจุติและอุบัติของสัตว์ ด้วยจะงอยปาก คือ จุตูปปาตญาณ ดังนี้ ฉะนั้น. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงการบรรลุอาสวักขย- ญาณ ซึ่งกำหนดเอาด้วยปัจจเวกขณญาณแก่พราหมณ์ จึงตรัส คำมีอาทิว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ตติยา วิชฺชา ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า วิชฺชา ได้แก่ วิชชาคืออรหัตมรรคญาณ. บทว่า อวิชฺชา ได้แก่ อวิชชาที่ปกปิดสัจจะทั้ง ๔ ในบทว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ตติยา ภินิพฺภิทา อโหสิ นี้ มีวินิจฉัยยดังต่อไปนี้. ดูก่อนพราหมณ์ การที่เราทำลายกะเปาะฟองไข่ คืออวิชชาอันปกปิดสัจจะทั้ง ๔ ด้วยจะงอยปาก คืออาสวักขยญาณแล้วชำแรกออกครั้งที่ ๔ ออกไป ครั้งที่ ๓ เกิดเป็นอริยะครั้งที่ ๓ นี้แล ได้มีแล้วแก่เรา เหมือนลูกไก่ ทำลายกะเปาะฟองไข่ด้วยจะงอยปาก หรือด้วยปลายเล็บเท้าแล้ว ชำแรกออกจากกะเปาะฟองไข่นั้น เกิดมาเติบโตในฝูงไก่ ฉะนั้น. ถามว่า ด้วยคำเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอะไร ? ตอบว่า ทรงแสดงความนี้ว่า ดูก่อนพราหมณ์ ก็ลูกไก่นั้นทำลาย กะเปาะฟองไข่แล้วออกจากกะเปาะฟองไข่นั้น เกิดครั้งเดียว เท่านั้น แต่เราทำลายกะเปาะฟองไข่ คืออวิชชาอันปิดขันธ์ที่ อาศัยอยู่ในก่อน เกิดครั้งแรกด้วยวิชชา คือบุพเพนิวาสานุสสติ- ญาณก่อน จากนั้นก็ทำลายกะเปาะฟองไข่คืออวิชชาอันปิดจุติ และปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย เกิดครั้งที่ ๒ ด้วยวิชชา คือทิพย- จักษุญาณ ต่อไปลำลายกะเปาะฟองไข่คืออวิชชาอันปิดสัจจะ ทั้ง ๔ เกิดครั้งที่ ๓ ด้วยวิชชา คืออาสวักขยญาณ เราเกิด ๓ ครั้ง ด้วยวิชชา ๓ อย่างนี้ และการเกิดของเรานั้น เป็นของประเสริฐ งาม บริสุทธิ์. ก็เมื่อทรงแสดงอย่างนี้ ได้ประกาศพระสัพพัญญูคุณ แม้ทั้งหมดด้วยวิชชา ๓ อย่างนี้ คือประกาศอตีตังสญาณด้วย บุพเพนิวาสญาณ ประกาศปัจจุบันนังสญาณและอนาคตังสญาณ ด้วยทิพยจักษุญาณ ประกาศโลกิยคุณและโลกุตตรคุณทั้งสิ้นด้วย อาสวักขยญาณ ทรงแสดงความที่พระองค์ก็เป็นผู้เจริญที่สุด และ ประเสริฐสุดด้วยอริยชาติ การเกิดอันประเสริฐแก่พราหมณ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน