เล่มที่ 37
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ- ภาษิตนี้จบล...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 144
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ- ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญาและ วิมุตติอันยิ่ง พระโคดมผู้ทรงพระยศตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสนา ผู้มีพระจักษุ ทรงรู้ยิ่ง ด้วยประการดังนี้แล้ว ตรัสบอกธรรม ๔ ประการ แก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงกระทำที่สุดทุกข์แล้ว ปรินิพพาน. สุริยสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. พึงทราบปุเรจาริกกถา ถ้อยคำที่กล่าวนำหน้า แห่งพระสูตร นี้ ก่อนอื่น เริ่มต้นดังต่อไปนี้ว่า เพราะเหตุที่สัตตสุริยเทศนา พระอาทิตย์ ๗ ดวง เป็นไปด้วยอำนาจแสดงว่าโลกพินาศด้วย ไฟกัลป์ ฉะนั้น จึงทรงแสดงว่า สังวัฏฏกัปป์มี ๓, สังวัฏฏสีมามี ๓, สังวัฏฏมูลมี ๓, โกลหลมี ๓. ปุเรจาริกกถานั้น ได้กล่าวไว้พิสดาร แล้ว ในปุพเพนิวาสานุสสตินิเทศ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค. บทว่า เอตทโวจ ความว่า เพื่อจะทรงแสดงความวิบัติของสังขารทั้งหลาย ทั้งที่มีใจครอง และไม่มีใจครอง ตามอัธยาศัยของภิกษุ ๕๐๐ รูป ผู้เจริญอนิจจกรรมฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสสัตตสุริโยปมสูตร มีคำเป็นต้นว่า อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา ด้วยประการฉะนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนิจฺจา ความว่า สังขารทั้งหลาย ชื่อว่า อนิจฺจา ไม่เที่ยง เพราะอรรถว่ามีแล้ว กลับไม่มี. บทว่า สงฺขารา ได้แก่ สังขารธรรม ทั้งที่มีใจครองและไม่มีใจครอง บทว่า อธุวา ความว่า ชื่อว่า ไม่ยั่งยืน เพราะอรรถว่าไม่นาน. บทว่า อนสฺสาสิกา ความว่า เว้นจากความเบาใจ เพราะมีความ เป็นของไม่ยั่งยืน. บทว่า อลเมว แปลว่า สมควรแล้ว. บทว่า อชฺโฌคาฬฺโห ได้แก่ จงลงไปในน้ำ. บทว่า อจฺจุคฺคโต ได้แก่ โผล่ขึ้นแล้วจากหลังน้ำ. บทว่า เทโว น วสฺสติ ความว่า ชื่อว่า เมฆฝนที่ทำน้ำให้ไหวเป็นอันแรก รวมกันเป็นเมฆฝนกลุ่มก้อนอัน เดียวกันแล้ว ตกลงในแสนโกฏิจักรวาฬ. ในการนั้น พืชที่งอกออก มาแล้ว ย่อมไม่กลับเข้าไปยังเรือนพืชอีก. ธรรมกถาที่คาดคะเน ย่อมถือเป็นประมาณว่า นับตั้งแต่เวลาที่ฝนไม่ตกนั้น น้ำก็งวดลงไป เหมือนน้ำในธัมมกรกฉะนั้น. ฝนไม่ตกอีกแม้เพียงหยาดเดียว. ก็เมื่อโลกกำลังพินาศ ตั้งต้นแต่อเวจีมหานรกไป ก็มีแต่ความว่าง เปล่า. สัตว์ทั้งหลายครั้นขึ้นจากอเวจีมหานรกนั้นแล้ว ก็บังเกิด ในมนุษย์โลก และในสัตว์ดิรัจฉาน. แม้สัตว์ที่บังเกิดในสัตว์ ดิรัจฉานกลับได้เมตตาในบุตรและพี่น้อง ทำกาละแล้ว บังเกิด ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. เทวดาทั้งหลายเที่ยวไปทางอากาศ ร้องบอกกันว่า ที่นี้เป็นที่เที่ยวหามิได้ ทั้งไม่ยั่งยืน พวกท่านจง เจริญเมตตา เจริญกรุณา มุทิตา อุเบกขา กันเถิด ดังนี้. สัตว์ เหล่านั้น ครั้นเจริญเมตตาเป็นต้นแล้ว จุติจากที่นั้นแล้ว ย่อมบังเกิด ในพรหมโลก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน