เล่มที่ 36

ท่านพระกาฬุทายีกราบทูลต่อไปว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ข้าพร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 526


เนื้อหา

ท่านพระกาฬุทายีกราบทูลต่อไปว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ข้าพระ- องค์ ขออนุโมทนาพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้วนี้ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า ข้าพระองค์ได้สดับ จากพระองค์ผู้ เป็นพระอรหันต์ ดังนี้ว่า มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า พระองค์ใด ผู้เป็นมนุษย์ทรงฝึกฝนพระองค์แล้ว มีจิต ตั้งมั่น ดำเนินไปในทางประเสริฐ ทรง ยินดีในธรรมที่ยังจิตให้เข้าไปสงบ ทรง ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง แม้เทวดาทั้งหลาย ก็ย่อมนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า พระองค์ นั้น ผู้ก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง ทรงออก จากกิเลสเครื่องร้อยรัด ทรงบรรลุธรรม ที่ไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด ทรงยินดีใน ธรรมอันเป็นที่ออกไปจากกามทั้งหลาย คล้ายทองคำที่พ้นแล้วจากหิน ฉะนั้น พระ องค์เป็นผู้ประเสริฐ รุ่งเรืองล่วงสรรพสัตว์ คล้ายขุนเขาหิมวันต์ สูงกว่าภูเขาศิลาลูก อื่น ฉะนั้น พระองค์ผู้ทรงนามว่านาคะ อันเป็นจริงนี้เป็นผู้ยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวงผู้มี นามว่านาคะ ข้าพระองค์จะขี้แจง ซึ่ง ความที่พระองค์ เป็นผู้เปรียบด้วยช้าง เพราะพระองค์ไม่ทรงทำความชั่ว มีโสรัจ- จะและอวิหิงสา เป็นเท้าหน้าทั้งสองของ พระองค์ ผู้เป็นเพียงดังช้างตัวประเสริฐ ตบะ และพรหมจรรย์เป็นเท้าหลังทั้งสอง ของพระองค์ผู้เป็นข้างตัวประเสริฐ พระ องค์ผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ อย่างยอดเยี่ยม มีศรัทธาเป็นงวง มีอุเบกขาเป็นงาอันขาว มีสติเป็นคอ มีปัญญาเป็นเศียร มีการ สอดส่องธรรมเป็นปลายงวง มีธรรมเครื่อง เผากิเลสเป็นท้อง มีวิเวกเป็นหาง พระ องค์ทรงมีฌาน ทรงยินดีในผลสมาบัติ เป็นลมหายใจ ทรงมีจิตเข้าไปตั้งมั่นภายใน ทรงดำเนินไปก็มีจิตตั้งมั่น ทรงยืนอยู่ ก็มีจิตตั้งมั่น ทรงบรรทมก็มีจิตตั้งมั่น แม้ประทับนั่งก็มีจิตตั้งมั่น ทรงสำรวมแล้ว ในทวารทั้งปวง นี้เป็นสมบัติของพระองค์ ผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ พระองค์ผู้เป็นช้าง ตัวประเสริฐย่อมเสวยสิ่งที่ไม่มีโทษ ไม่ เสวยสิ่งที่มีโทษ ได้อาหารและเครื่องนุ่ง ห่มแล้ว ทรงเว้นการสะสม ทรงตัด สังโยชน์น้อยใหญ่ ทรงตัดเครื่องผูกพัน ทั้งปวง จะเสด็จไปทางใด ๆ ก็ไม่มีห่วง ใยเสด็จไป ดอกบัวชื่อบุณฑริก มีกลิ่น หอม น่ารื่นรมย์ใจ เกิดในน้ำ เจริญใน น้ำ ไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ แม้ฉันใด พระองค์ผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ ก็ฉันนั้น ทรงอุบัติขึ้นมาดีแล้วในโลก ก็ทรงเบิก บานอยู่ในโลก อันตัณหา มานะ ทิฏฐิไม่ ฉาบทาพระองค์ให้ติดอยู่กับโลก เหมือน ดอกปทุมไม่เปียกน้ำ ฉะนั้น ไฟกอง ใหญ่ลุกรุ่งโรจน์ ย่อมดับเพราะหมดเชื้อ ฉันใด พระองค์ผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ ก็ฉันนั้น คือ เมื่อสังขารทั้งหลายสงบ แล้ว ก็เรียกกันว่าเสด็จนิพพานข้ออุปมา ที่ให้รู้เนื้อความแจ้งชัดนี้ อันวิญญูชนทั้ง หลายแสดงไว้แล้ว พระอรหันต์ผู้เป็นช้าง ตัวประเสริฐอย่างยอดเยี่ยมทั้งหลาย ย่อม รู้แจ้งชัดซึ่งพระองค์ผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ ซึ่งพระกาฬุทายีผู้เป็นช้างตัวประเสริฐ แสดงไว้แล้ว พระองค์ผู้เป็นช้างตัว ประเสริฐ ทรงปราศจากราคะ ทรง- ปราศจากโทสะ ทรงปราศจากโมหะ ทรง หาอาสวกิเลสมิได้ เมื่อทรงละสรีระ ก็ ทรงหาอาสวกิเลสมิได้ จักเสด็จปรินิพพาน. จบนาคสูตรที่ ๑ ธรรมิกวรรควรรณนาที่ ๕ อรรถกถานาคสูตร พึงทราบวินิจฉัยในนาคสูตรที่ ๑ แห่งธรรมิกวรรคที่ ๕ ดังต่อ ไปนี้ :-


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน