เล่มที่ 31
ที่นั้น ท่านพระอานนท์ เมื่อไม่เข้าใจถึงความสิ้นชีวิตของภิกษุ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 189
เนื้อหา
ที่นั้น ท่านพระอานนท์ เมื่อไม่เข้าใจถึงความสิ้นชีวิตของภิกษุ เหล่านั้น เพราะผลกรรม แต่เข้าใจว่าเพราะการตามประกอบในอสุภกัมมัฏฐาน เป็นปัจจัย จึงกราบทูลคำว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เป็นเช่นนั้น พระผู้มี พระภาคเจ้า เป็นต้น เมื่อจะทูลขอกัมมัฏฐานอย่างอื่น เพื่อให้ภิกษุทั้งหลาย ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จึงกราบทูลคำเป็นต้นว่า ขอประทานพระวโรกาส พระผู้มีพระภาคเจ้า ใจความของคำกราบทูลข้อนั้น (พึงทราบดังต่อไปนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังข้าพระองค์ขอพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงโปรดตรัสบอกการณ์อย่างอื่น ซึ่งเป็นเหตุให้ภิกษุสงฆ์พึงดำรงอยู่ใน พระอรหัตเถิด มีอธิบายว่า กัมมัฏฐานที่ลงสู่พระนิพพานได้ยังมีมาก ได้แก่ ประเภทอนุสสติ ๑๐ กสิณ ๑๐ จตุธาตุววัตถานะ พรหมวิหารและอานาปานสติ แม้เหล่าอื่น เหมือนท่าสำหรับลงสู่ทะเลหลวง. ในบรรดากัมมัฏฐานเหล่านั้น ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปลอบโยนพวกภิกษุแล้ว โปรดตรัสบอก กัมมัฏฐานข้อใดข้อหนึ่งเถิด. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระประสงค์จะทรงทำอย่างนั้น เมื่อจะทรงส่งพระเถระไป จึงตรัสคำเป็นต้น ว่า ถ้าอย่างนั้น อานนท์. ในคำ เหล่านั้น คำว่า อาศัยกรุงเวสาลี ความว่า พวกภิกษุมีประมาณเท่าใดที่ เข้าไปอาศัย กรุงเวสาลี อยู่ห่างออกไปหนึ่งคาวุตบ้าง กึ่งโยชน์บ้าง โดยรอบ เธอจงให้พวกภิกษุทั้งหมดนั้นประชุมกัน. คำว่า ให้ภิกษุเหล่านั้นทั้งหมด ประชุมกันในอุปัฏฐานศาลา คือที่ซึ่งพอจะไปด้วยตนเองก็ไปเอง ส่งภิกษุ * สี. นิสฺสาย อาศัย หนุ่ม ๆ ไปในที่อื่น ครู่เดียวเท่านั้น ก็ทำพวกภิกษุมาไม่เหลือ ให้ประชุมกันที่ อุปัฏฐานศาลา ต่อไปนี้ เป็นคำอธิบายในคำว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ พระผู้มีพระภาคเจ้า จงทราบกาลอันสมควรในบัดนี้เถิด นี้ ข้าแต่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ภิกษุสงฆ์ประชุมกันแล้ว นี้เป็นในเวลาแห่งเทศนา* เพื่อ ทรงกระทำธรรมกถา บัดนี้ ขอพระองค์ทรงทราบเวลาเพื่อสิ่งใด พึงทรง กระทำสิ่งนั้นเถิด.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน