เล่มที่ 31
นติเตียนพระผู้มี พระภาคเจ้าว่า ผู้นี้ปฏิญาณอยู่ว่า เราเป็นสั...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 187
เนื้อหา
แต่ท่านเหล่าอื่นอีก กล่าวว่า หลีกเร้น (พักผ่อน) อย่างนั้น ก็เพื่อ เว้นจากการติเตียนของคนอื่น. เขาว่า คนเหล่าอื่นจะพากันติเตียนพระผู้มี พระภาคเจ้าว่า ผู้นี้ปฏิญาณอยู่ว่า เราเป็นสัพพัญญู เป็นผู้ยังพระธรรมจักร อันประเสริฐ คือ พระสัทธรรมให้เป็นไป ไม่สามารถแม้แต่ห้ามปรามพวกสาวก ของตนที่กำลังฆ่าตัวเองได้ จะสามารถห้ามปรามคนอื่นได้หรือ. ในกลุ่มนั้น ที่เป็นบัณฑิตจะกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จตามประกอบการหลีกเร้น (พักผ่อน) ย่อมไม่ทรงทราบความเป็นไปนี้ แม้ใคร ๆ ที่เป็นผู้กราบทูลให้ทรง ทราบก็ไม่มี หากทรงทราบจะพึงทรงห้ามปรามเป็นแน่ แต่นี้ เเค่เป็นความต้อง การเท่านั้น เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกเท่านั้นในเรื่องนี้. คำว่า อสฺสุธา ในบทว่า นาสฺสุธา นี้ เป็นคำลงแทรกเข้ามาในอรรถเพียงทำให้เต็มบท หรือในอรรถ ห้ามข้อความอย่างอื่น ความก็คือ ไม่มีใครๆ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย. ที่ชื่อว่า เกลื่อนกล่นด้วยอาการเป็นอเนก ก็เพราะการขวนขวาย ประกอบการเจริญอสุภะนั้นเกลื่อนกล่นด้วยเหตุเป็นอเนก มีสีและสัณฐานเป็น ต้น. มีคำอธิบายว่า ระคนปนเปไปด้วยอาการเป็นอเนก คือ เจือคละไปด้วย การณ์เป็นอเนก. นั้นคืออะไร คือ การขวนขวายประกอบการเจริญอสุภะ. คำว่า ขวนขวายประกอบการเจริญอสุภะอันเกลื่อนกล่นด้วยอาการเป็น อเนกนั้นอยู่ คือ เป็นผู้ประกอบแล้วประกอบเล่าอยู่. คำว่า อึดอัด คือ เป็น ทุกข์ เพราะกายนั้น. คำว่า ระอา คือ รู้สึกละอายอยู่. คำว่า เกลียด คือ ยังความเกลียดชังให้เกิดขึ้นอยู่. คำว่า แสวงหาศาสตราสำหรับปลงชีวิต คือแสวงหาศัสตราเครื่องนำเอาชีวิตไป ภิกษุเหล่านั้น ไม่ใช่แต่แสวงหาศัสตรา มาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปลงตนจากชีวิตด้วย ก็แลพวกภิกษุได้เข้าไปหา แม้นายมิคลัณฑิกผู้แต่งตัวคล้ายสมณะแล้ว พูดว่า คุณ ! ดีละขอคุณช่วย ปลงชีวิตพวกอาตมาทีเถิด. ก็ในที่นี้ พวกอริยะไม่ได้ทำปาณาติบาตเลย ไม่ได้ ชักชวน ไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปตามด้วย. แต่ปุถุชนได้ทำทุกอย่าง.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน