เล่มที่ 30

อัปปนาก็ดี อุปจาระก็ดี ก็ควรในบทที่กล่าวว่า เมตตา ในบทว่า เม...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 225


เนื้อหา

อัปปนาก็ดี อุปจาระก็ดี ก็ควรในบทที่กล่าวว่า เมตตา ในบทว่า เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ นี้. อัปปนาอย่างเดียวชื่อว่า เจโตวิมุตฺติ. โยนิโส มนสิการมีลักษณะตามที่กล่าวแล้ว. อนึ่ง ธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อละ พยาบาท คือ การถือเอาเมตตานิมิต ๑ การประกอบเมตตาภาวนา ๑ การ พิจารณาความที่สัตว์มีกรรมเป็นของ ๆ ตน ๑ ความเป็นผู้พิจารณามาก ๑ คบเพื่อนเป็นคนดี ๑ เรื่องที่เป็นสัปปายะ ๑ แท้จริง แม้เมื่อถือเอาเมตตา ด้วยอำนาจแห่งเมตตาที่แผ่ทั่วทิศ ทั้งเจาะจงและไม่เจาะจง อย่างใดอย่างหนึ่ง ละพยาบาทได้ ในกาลนั้น เมื่อเจริญเมตตาด้วยอำนาจการแผ่ทั่วทิศ ทั้งเจาะจง ทั้งไม่เจาะจงก็ดี พิจารณาความที่ตนและผู้อื่นมีกรรมเป็นของ ๆ ตนอย่างนี้ว่า ท่านโกรธจักทำอะไรแก่เขาได้ ท่านจักสามารถทำศีลเป็นต้น ของเขาให้พินาศ หรือ ท่านมาด้วยกรรมของตน ก็จักไปด้วยกรรมของที่นั่นแหละมิใช่หรือ ชื่อว่า ความโกรธต่อผู้อื่นเป็นเช่นกับบุคคลถือเอาถ่านเพลิงที่มีเปลวไปปราศ แล้ว ซี่เหล็กอันร้อนและคูถเป็นต้นแล้ว ประสงค์จะประหารผู้อื่น. แม้เขา โกรธ จักทำอะไรต่อท่านได้ เขาจักทำศีลเป็นต้นของท่านให้พินาศหรือ เขา มาด้วยกรรมของตนก็จักไปด้วยกรรมของตนนั่นแหละ ความโกรธของตนจัก ตกบนกระหม่อมของเขานั่นเอง ดุจเครื่องประหารที่มิได้หุ้มห่อ และดุจกำธุลี ที่ตนซัดไปทวนลมฉะนั้น ดังนี้ก็ดี ผู้พิจารณาความที่ตนและผู้อื่นมีกรรมเป็น ของ ๆ ตนทั้งสอง ยืนพิจารณาอยู่ก็ดี ผู้คบหากัลยาณมิตร ยินดีในเมตตา ภาวนาเช่นกับพระอัสสุคุตตเถระก็ดี ย่อมละพยาบาทได้. แม้ในเรื่องเป็นสัปปายะ อาศัยเมตตาในอิริยาบถมีการยืนและการนั่งเป็นต้น ก็ละได้เหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อละพยาบาท ดังนี้. ก็พยาบาทอันละได้ด้วยธรรม ๖ ประการเหล่านี้ ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ต่อไป ด้วยอนาคามิมรรค.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน