เล่มที่ 30

ในบทว่า สตฺตสํขารเกลายมปุคฺคลปริวชฺชนตา นี้ มีความว่า บุคคลใ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 223


เนื้อหา

ในบทว่า สตฺตสํขารเกลายมปุคฺคลปริวชฺชนตา นี้ มีความว่า บุคคลใดเป็นคฤหัสถ์ย่อมยึดถือบุตรและธิดาเป็นต้นของตนว่าของเราก็ดี เป็น บรรพชิต ยึดถืออันเตวาสิกและผู้ร่วมอุปัชฌาย์กันเป็นต้น ของตนว่า ของเรา ช่วยทำกิจมีการตัดผม การเย็บ การซัก การย้อมจีวรและสุมบาตรเป็นต้น ของอันเตวาสิกเป็นต้นด้วยมือของตน เมื่อไม่เห็นแม้เพียงครู่เดียว ย่อมมองหา ทั้งข้างนี้ ข้างโน้น ดุจเนื้อตื่นว่า สามเณรโน้นไปไหน ภิกษุหนุ่มโน้น ไป ไหนดังนี้ แม้ถูกคนอื่นขอร้องกะท่าน เพื่อประโยชน์แห่งการตัดผมเป็นต้นว่า ท่านจะให้สามเณรโน้นแก่เราสักครู่ก่อนเถิด ย่อมไม่ให้ด้วยกล่าวว่างานส่วนตัว เรายังไม่ใช้เขาให้ทำเลย พวกท่านพาเขาไปจักลำบากดังนี้ นี้ชื่อว่า ความ พัวพันในสัตว์. ส่วนภิกษุใดยึดถือจีวรบาตรชามเล็ก ไม้ถือเป็นต้นว่าของเรา ไม่ให้คนอื่นแม้เอามือจับ ถึงจะถูกเขาขอร้องอยู่ตลอดเวลา ก็กล่าวอยู่ว่า ถึง พวกเราก็ปรารถนาทรัพย์ จึงไม่ใช้สอย เราจักให้แก่ท่านทั้งหลายได้อย่างไร ภิกษุนี้ชื่อว่า พัวพันในสังขาร ส่วนผู้ใดเป็นผู้วางเฉยแม้ในวัตถุทั้งสองเหล่า นั้น ผู้นี้ชื่อว่าเป็นผู้วางเฉยในสัตว์และสังขาร. ด้วยอาการอย่างนี้ อุเบกขา สัมโพชฌงค์นี้ จึงเกิดขึ้นแก่บุคคล ผู้หลีกเว้นไกลบุคคลผู้พัวพันในสัตว์และ สังขารเห็นปานนี้บ้าง ผู้คบหาบุคคลผู้วางเฉยในสัตว์และสังขารอยู่บ้าง ผู้มีจิต น้อมไป โน้มไป โอนไป เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์นั้น ใน อิริยาบถมีการยืนและการนั่งเป็นต้นบ้าง. แต่อุเบกขาสัมโพชฌงค์นั้นอันเกิด ขึ้นแล้วอย่างนี้ ย่อมเจริญเต็มที่ได้ด้วยยอรหัตมรรค.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน