เล่มที่ 30
ได้ยินว่า พระเถระอยู่ประจำในถ้ำกสกะ มหาอุบาสิกาคนหนึ่งในโคจร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 216
เนื้อหา
ได้ยินว่า พระเถระอยู่ประจำในถ้ำกสกะ มหาอุบาสิกาคนหนึ่งในโคจร คามของพระเถระนั้นแล ทำพระเถระให้เป็นบุตรบำรุงอยู่ วันหนึ่งเมื่อนางไป ป่า จึงกล่าวกะธิดาว่า แม่ ข้าวสารเก่า อยู่ในที่โน้น น้ำนมอยู่ในที่โน้น เนยใสอยู่ในที่โน้น น้ำอ้อยอยู่ในที่โน้น เจ้าจงหุงข้าวแล้วถวายพร้อมกับน้ำนม เนยใสและน้ำอ้อยในเวลาอัยยมิตตเถระผู้เป็นพี่ชายของเจ้ามาแล้วเถิด เจ้าพึง บริโภคส่วนเมื่อวาน แม่บริโภคข้าวดังที่สุกด้วยน้ำส้มแล้ว ดังนี้. ธิดาจึง ถามว่า แม่กลางวันแม่จักกินอะไร. มารดาจึงกล่าวว่า ลูก เจ้าจงต้มข้าวยาคู เปรี้ยวด้วยข้าวสารปนรำ ใส่ผักวางไว้. พระเถระห่มจีวรเสร็จ พอนำบาตรออกไปได้ยินเสียงนั้น จึงสอนตน ว่า ได้ยินว่า มหาอุบาสิกาบริโภคข้าวตังด้วยน้ำส้ม ถึงกลางวันก็จักบริโภค ข้าวยาคูเปรี้ยวใส่ผัก ยังบอกข้าวสารเก่าเป็นต้นไว้ เพื่อประโยชน์แก่เจ้า ก็ แลนางนั้น อาศัยกรรมนั้นแล้ว จะหวังที่นา สิ่งของ ภัตร ก็หามิได้เลย แต่ นางปรารถนาสมบัติ ๓ จึ งถวาย เจ้าจักอาจเพื่อให้สมบติเหล่านั้นแก่นางได้ หรือไม่ คิดว่า เจ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะอยู่ ไม่อาจรับบิณฑบาตนี้ได้ ดังนี้ แล้วจึงใส่บาตรไว้ในถุง ปลดรังดุม กลับไปยังถ้ำกสกะนั่นแล วางบาตร ไว้ภายใต้เตียง พาดจีวรไว้ที่ราวจีวร นั่งตั้งใจมั่น ทำความเพียรว่า เราไม่ บรรลุพระอรหัตแล้ว จักไม่ออกไป ดังนี้. ภิกษุอยู่ไม่ประมาทตลอดกาลนาน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตก่อนภัตเป็นมหาขีณาสพ ทำการแย้มออกไป ดุจปทุมกำลังแย้ม. เทพยดาสิงอยู่ที่ต้นไม้ใกล้ประตูถ้าเปล่งอุทานว่า ข้าแต่บุรุษอาชาไนย ความนอบน้อม จงมีแด่ท่าน ข้าแต่บุรุษผู้สูงสุด ความ นอบน้อมจงมีแด่ท่าน ข้าแต่ท่านนฤทุกข์ ท่านเป็นทักขิไณยบุคคล ผู้มีอาสวะสิ้น แล้ว ดังนี้ จึงเรียนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ หญิงแก่ถวายภิกษาแก่พระอรหันต์เช่นท่าน ผู้เข้า ไปบิณฑบาทแล้ว จักพ้นจากทุกข์. พระเถระลุกขึ้นเปิดประตูมองดูเวลา รู้ว่า ยังเช้าอยู่ จึงถือเอาบาตรและจีวรเข้าไปยังบ้าน. ฝ่ายนางทาริกา จัดภัตไว้ พร้อมแล้ว นั่งแลดูประตูอยู่ว่า พระพี่ชายของเราจักมาบัดนี้ พระพี่ชายของ ราจักมาบัดนี้ . เมื่อพระเถระถึงประตูเรือน นางรับบาตร บรรจุบาตรให้เต็ม ด้วยบิณฑบาต น้ำนม ประกอบด้วยเนยใสและน้ำอ้อย วางไว้ในมือ. พระเถระ ทำอนุโมทนาว่า จงมีความสุขเถิด เสร็จแล้วก็หลีกไป. แม้นางก็ยืนแลดู พระเถระนั้นอยู่. เพราะว่าผิวพรรณของพระเถระในวันนั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก อินทรีย์ก็ผ่องใส สีหน้าเปล่งปลั่งดังตาลสุกหลุดจากขั้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน