เล่มที่ 30

พึงทราบวินิจฉัยใน อุปาทสูตรที่ ๙

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 162


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยใน อุปาทสูตรที่ ๙. บทว่า นาญฺตฺร ตถาคตสฺส ปาตุภาวา ความว่า เว้นความ ปรากฏแห่งพระตถาคต โพชฌงค์ย่อมไม่เกิดขึ้นในกาลอื่น. โพชฌงค์ ๗ ไม่เกิดนอกวินัยของพระสุคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ อันภิกษุ เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ที่ยังไม่เกิด ยาอมเกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้นนอกวินัย ของพระสุคต โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน คือ สติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขา- สัมโพชฌงค์ โพชฌงค์ ๗ ประการนี้แล อันภิกษุเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้นนอกวินัยของพระสุคต. จบทุติยอุปาทสูตรที่ ๑๐ จบปัพพตวรรคที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยใน ทุติยอุปาทสูตรที่ ๑๐. บทว่า นาญฺตฺร สุคตวินยา ความว่า เว้นพระโอวาทของ พระสุคตเจ้าเสีย โพชฌงค์ย่อมไม่เกิดขึ้น ดังนี้. จบอรรถกถาทุติยอุปาทสูตรที่ ๑๐ จบปัพพตวรรควรรณนาที่ ๑ ๑. หิมวันตสูตร ๒. กายสูตร ๓. สีลสูตร ๔. วัตตสูตร ๕. ภิกขุสูตร ๖. กุณฑลิยสูตร ๗. กุฎสูตร ๘. อุปวาณสูตร ๙. ปฐม- อุปาทสูตร ๑๐. ทุติยอุปาทสูตร พร้อมทั้งอรรถกถา. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งสำเร็จอิริยาบถ คือ บางคราวก็เดิน บางคราวก็ยืน บางคราวก็นั่ง บางคราวก็นอน สัตว์ เหล่านั้นทั้งหมด อาศัย แผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงสำเร็จอิริยาบถ ๔ นั้น อย่างนั้นแหละ แม้ฉันใด ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว ย่อมเจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗ ฉันนั้นเหมือนกัน .


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน