เล่มที่ 29
ก็สมัยนั้นแล ท่านพระอิสิทัตตะเป็นผู้ใหม่กว่าทุกรูปใน ภิกษุสง...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 107
เนื้อหา
ก็สมัยนั้นแล ท่านพระอิสิทัตตะเป็นผู้ใหม่กว่าทุกรูปใน ภิกษุสงฆ์หมู่นั้น. ครั้งนั้นแลท่านพระอิสิทัตตะได้ขอโอกาสกะพระเถระ เป็นประธานว่า ข้าแต่พระเถระผู้เจริญ กระผมขอพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น ของจิตตคฤหบดี พระเถระกล่าวว่า ดูก่อนท่านอิสิทัตตะ ท่านจงพยากรณ์ ปัญหาข้อนั้นของจิตตคฤหบดีเถิด ท่านอิสิทัตตะได้ถามว่า ดูก่อนคฤหบดี ท่านถามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระเถระผู้เจริญ ทิฏฐิหลายอย่างย่อมเกิดขึ้น ในโลกดังนี้ว่า โลกเที่ยงบ้าง โลกไม่เที่ยงบ้าง โลกมีที่สุดบ้าง โลกไม่มี ที่สุดบ้าง ฯลฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่ออะไรมี ทิฏฐิเหล่านี้จึงมี เมื่ออะไร ไม่มี ทิฏฐิเหล่านี้จึงไม่มี ดังนี้หรือ. จิตตคฤหบดีกล่าวว่า อย่างนั้น ท่านผู้เจริญ. อิ . ดูก่อนคฤหบดี ทิฏฐิหลายอย่างย่อมเกิดขึ้นในโลกดังนี้ว่า โลก เที่ยงบ้าง โลกไม่เที่ยงบ้าง . . . สัตว์ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ยอมไม่ เป็นอีกก็หามิได้บ้าง ( ทิฏฐิ ๖๒ เหล่านี้ ได้กล่าวไว้แล้วในพรหมชาลสูตร) ดูก่อนคฤหบดี เมื่อสักกายทิฏฐิมี ทิฎฐิเหล่านี้ ก็มี เมื่อสักกายทิฏฐไม่มี ทิฏฐิเหล่านี้ก็ไม่มี. จิตต . ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สักกายทิฏฐิย่อมเกิดมีได้ อย่างไร. อิ . ดูก่อนคฤหบดี ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ ไม่เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำในธรรม ของสัตบุรุษ ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีรูป ๑ เห็นรูป ในตน ๑ เห็นตนในรูป ๑ เห็นเวทนาโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมี เวทนา ๑ เห็นเวทนาในตน ๑ เห็นตนในเวทนา ๑ เห็นสัญญาโดยความ เป็นตน ๑ เห็นตนมีสัญญา ๑ เห็นสัญญาในตน ๑ เห็นตนในสัญญา ๑ เห็นสังขารโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีสังขาร ๑ เห็นสังขารในตน ๑ เห็นตนในสังขาร ๑ เห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีวิญญาณ ๑ เห็นวิญญาณในตน ๑ เห็นตนในวิญญาณ ๑ ดูก่อนคฤหบดี สักกายทิฏฐิ ย่อมเกิดมีได้อย่างนี้แล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน