เล่มที่ 29
พึงทราบวินิจฉัยในอาเวณิกสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 56
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยในอาเวณิกสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้. บทว่า อาเวณิกานิ ความว่า ทุกข์เฉพาะบุคคลคือไม่ทั่วไปด้วย พวกบุรุษ. บทว่า ปาริจริยํ คือมาตุคามย่อมเข้าถึงความเป็นหญิงบำเรอ. ว่าด้วยมาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมเข้าถึงอบาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน. คือ มาตุคามในโลกนี้ เวลาเช้ามีใจ อันมลทิน คือความตระหนี่กลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเที่ยงมีใจอัน ความริษยากลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้ว อยู่ครองเรือน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประ- การนี้แล โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก. พึงทราบวินิจฉัยในมาตุคามสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ บทว่า มจฺเฉรมลปริยุฏิเตน ความว่า ก็ในเวลาเช้า มาตุคาม ปรารภเพื่อจะทำการงานที่มีกังวลอยู่ในน้ำนม นมส้มและการหุงเป็นต้น. แม้บุตรน้อยทั้งหลาย ร้องขออยู่ ย่อมไม่ปรารถนาเพื่อจะให้อะไร. ด้วย เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสคำนั้นว่า เวลาเช้า มีใจอันมลทิน คือความตระหนี่กลุ้มรุมแล้ว. ส่วนเวลาเที่ยงมาตุคาม ย่อมถูกความโกรธ ครอบงำ. เมื่อไม่ได้ทะเลาะกันภายในเรือน ก็ย่อมทำการทะเลาะกันใน เรือนของชนที่คุ้นเคยกัน และย่อมเที่ยวสอดส่องดูที่ยืนและที่นั่งของสามี ด้วยเหตุนั้นพระองค์ จึงตรัสว่า เวลาเที่ยง มีใจอันความริษยากลุ้มรุม แล้ว. ส่วนในเวลาเย็น จิตของหญิงนั้น ย่อมน้อมไปเพื่อเสพอสัทธรรม. ด้วยเหตุนั้น พระองค์ จึงตรัสว่า เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน