เล่มที่ 29

เวทนา ๕ มีสุขินทรีย์เป็นต้น ด้วย สามารถอินทรีย์

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 36


เนื้อหา

เวทนา ๕ มีสุขินทรีย์เป็นต้น ด้วย สามารถอินทรีย์. เวทนา ๖ มีจักขุสัมผัสสชาเป็นต้นด้วยสามารถทวาร. เวทนา ๑๘ มีเป็นอาทิว่า เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมไตร่ตรองซึ่งรูป อันเป็น ที่ตั้งแห่งโสมนัสด้วยสามารถการไตร่ตรอง พึงทราบ เวทนา ๓๖ อย่างนี้ คือ โสมนัสอาศัยเรือน ๖, อาศัยเนกขัมมะการออกจากกาม ๖, โทมนัส อาศัยเรือน ๖, อาศัยเนกขัมมะการออกจากกาม ๖, อุเบกขาอาศัยเรือน ๖, อาศัยเนกขัมมะการออกจากกาม ๖, พึงทราบ เวทนา ๑๐๘ อย่างนี้ คือ เวทนาเหล่านั้น ในอดีตมี ๓๖. ในอนาคตมี ๓๖. ในปัจจุบันมี ๓๖. บทว่า ปญฺจิเม อานนฺท กามคุณา นี้ เป็นอนุสนธิเฉพาะอย่าง หนึ่ง. ที่จริง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทำเวทนา ๒ ให้เป็นต้น ทรงบัญญัติ เวทนาอย่างเดียวเท่านั้น ก็หามิได้. โดยปริยาย ตรัสเวทนาอย่างเดียวก็มี เมื่อจะทรงแสดงเวทนานั้น จึงทรงเริ่มเทศนานี้เพื่อส่งเสริมวาทะของช่างไม้ ชื่อปัญจกังคะ บทว่า อภิกฺกนฺตตรํ คือ ดีกว่า. บทว่า ปณีตตรํ คือ ยิ่งกว่า. ในข้อนี้อทุกขมสุขเวทนา ท่านกล่าวว่า สุขด้วยอรรถว่าสงบและ ประณีต. จำเดิมแต่จตุตถฌาน นิโรธ ชื่อว่าเป็นสุข ด้วยสามารถมิได้เสวย อารมณ์. ด้วยว่า ชื่อว่าสุขอันเสวยอารมณ์เกิดขึ้นแล้วด้วยสามารถกามคุณ ๕ และด้วยสามารถสมาบัติ ๘. นิโรธ ชื่อว่าสุขอันมิได้เสวยอารมณ์แล้ว. สุขเสวยอารมณ์ก็ตาม มิได้เสวยอารมณ์ก็ตาม ก็ชื่อว่าสุขโดยส่วนเดียวแท้ ด้วยอรรถว่าเป็นสุข กล่าวคือความไม่มีทุกข์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน