เล่มที่ 29

วยทั้งสุขเวทนา ทั้งทุกขเวทนา นี้แล เป็นความแปลกกันระหว่างธีร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 10


เนื้อหา

[๓๗๓] อริยสาวกนั้นเป็นผู้มีปัญญา ทั้งเป็นพหูสูต ย่อมไม่เสวยทั้งสุขเวทนา ทั้งทุกขเวทนา นี้แล เป็นความแปลกกันระหว่างธีรชนผู้ฉลาดกับ ปุถุชน ธรรมส่วนที่น่าปรารถนา ย่อมไม่ย่ำยีจิต ของอริยสาวกนั้น ผู้มีธรรมอันรู้แจ้งแล้ว เป็น พหูสูตเห็นแจ้งโลกนี้และโลกหน้าอยู่ ท่านย่อม ไม่ถึงความขัดเคืองเพราะอนิฏฐารมณ์ อนึ่ง เวทนาเป็นอันตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะอริยสาวกนั้น ไม่ยินดีและไม่ยินร้าย อริยสาวกนั้นรู้ทางดำเนิน อันปราศจากธุลีและหาความโศกมิได้ ย่อมเป็น ผู้ถึงฝั่งแห่งภพรู้โดยชอบ. พึงทราบวินิจฉัยในสัลลัตถสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้. บทว่า ตตฺร คือในชนสองจำพวกเหล่านั้น. บทว่า อนุเวธํ วิชฺเฌยฺยุํ ความว่า ยิงไปในระหว่างนิ้ว หรือในระหว่างนิ้วทั้งสอง อันเป็น ส่วนที่ใกล้ปากแผลนั้นเท่านั้น. เวทนาก็เสียดแทงบุรุษผู้ถูกยิงอย่างนี้แล้ว ย่อมมีกำลังกล้ากว่าเวทนาครั้งแรก. แม้โทมนัสเวทนา เมื่อเกิดขึ้นครั้งหลัง ย่อมมีกำลังกล้ากว่าเวทนาครั้งแรกด้วยประการดังนี้แล. บทว่า ทุกฺขาย เวทนาย นิสฺสรณํ ความว่า สมาธิมรรคและผล เป็นเครื่องสลัดออก แม้ทุกขเวทนา เขาย่อมไม่รู้เครื่องสลัดออกนั้น ย่อมรู้ว่ากามสุขเท่านั้น เป็นเครื่องสลัดออก. บทว่า ตาสํ เวทนานํ ได้แก่ สุขทุกขเวทนาเหล่านั้น. บทว่า สญฺคตฺโต นํ เวทยติ ความว่า เขาเป็นผู้ประกอบด้วยกิเลส ย่อมเสวยเวทนานั้น. ไม่ประกอบหาเสวยเวทนานั้นไม่. บทว่า สญฺตฺโต ทุกฺขสฺมา ได้แก่ เป็นปัญจมีวิภัตติลงในอรรถแห่งตติยาวิภัตติ อธิบายว่า ประกอบด้วยทุกข์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน