เล่มที่ 26
จบติสสสูตรที่ ๙ อรรถกถาติสสสูตรที่ ๙ ในติสสสูตรที่ ๙ มีวินิจ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 633
เนื้อหา
จบติสสสูตรที่ ๙ อรรถกถาติสสสูตรที่ ๙ ในติสสสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ทุมฺมโน ได้แก่ เกิดในโทมนัส. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระติสสะนี้จึงเกิดเป็นทุกข์เสียใจอย่างนี้. ตอบว่า ก็พระติสสะนี้เป็นกษัตริย์ บวช. เพราะฉะนั้น ภิกษุทั้งหลายให้ท่านบวชแล้ว ให้นุ่งผ้าสาฎก ๒ ชั้น ห่มจีวรอย่างดี หยอดตา ทาศีรษะด้วยน้ำมันเจือด้วยน้ำชาด. เมื่อเหล่า ภิกษุไปสู่ที่พักกลางคืนและกลางวัน ท่านไม่รู้ว่า ธรรมดาว่าภิกษุต้องนั่ง ในโอกาสอันสงัด จึงไปโรงฉันขึ้นเตียงใหญ่แล้วนั่ง. ภิกษุทั้งหลายผู้ถือ ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ผู้เที่ยวไปในทิศเป็นอาคันตุกะมา คิดว่า ด้วยทำนองนี้ พวกเรามีตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยธุลี ไม่อาจจะเฝ้าพระทศพลได้ เราจะวาง สิ่งของไว้ก่อน ดังนี้แล้วก็ไปโรงฉัน. เมื่อพระมหาเถระกำลังมา ท่าน ติสสะนั่งนิ่งทีเดียว. ภิกษุเหล่าอื่นถามโดยเอื้อเฟื้อ [ขอโอกาส] ว่า พวกเราจะทำวัตรคือการล้างเท้า พัดด้วยก้านตาลนะ ก็พระติสสะนี้นั่งอยู่ นั่นแล ถามว่า พวกท่านมีพรรษาเท่าไร. เมื่อพวกภิกษุนั้นตอบว่า พวกกระผมยังไม่มีพรรษา ก็ท่านเล่ามีพรรษาเท่าไร จึงกล่าวว่า ผมบวช ในวันนี้. ลำดับนั้น ภิกษุทั้งหลายกล่าวก็ท่านว่า อาวุโส ท่านจงตัด มวยผมเดี๋ยวนี้ แม้วันนี้กลิ่นเหาที่โคนศีรษะของท่านส่งกลิ่นฟุ้งทีเดียว เมื่อภิกษุแก่ว่ามีประมาณเท่านี้ ขอโอกาสทำวัตรของเรา ท่านก็นั่งนิ่ง เงียบ แม้เพียงความยำเกรงของท่านก็ไม่มี ท่านบวชในศาสนาของใคร ดังนี้แล้ว รุมกันประหารพระติสสะนั้นด้วยหอกคือวาจา กล่าวว่า ท่าน ไม่อาจเลี้ยงชีพได้เพราะเป็นหนี้ หรือกลัวจึงบวช หรือท่านแลดูพระเถระ รูปหนึ่ง เมื่อพระเถระนั้นกล่าวว่า ท่านมองดูเราหรือขรัวตา จึงแลดู อีกรูปหนึ่ง แม้เมื่อท่านรูปนั้นกล่าวอย่างนั้นเหมือนกัน ทีนั้น ท่านก็เกิด ขัตติยมานะขึ้นมา ภิกษุเหล่านี้รุมกันใช้หอกคือวาจาทิ่มแทงเรา น้ำตาสี แก้วมณีในดวงตาก็ไหลพราก. แต่นั้นท่านก็กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นว่า ท่านมาสู่สำนักของใคร. ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า ก็ท่านเล่าสำคัญเราว่า มาสู่สำนักของท่านหรือ พวกเราไม่ใช่อยู่ในเพศคฤหัสถ์นี้ จึงกล่าวว่า พวกเรามาสู่สำนักของพระศาสดาผู้เป็นอัครบุคคลในโลกพร้อมทั้งเทวโลก. พระติสสะกล่าวว่า พวกท่านมาในสำนักพี่ชายของเรา ถ้าเมื่อเป็นเช่นนั้น เราจักไปตามทางที่พวกท่านมานั่นแล โกรธออกไปแล้วคิดในระหว่าง ทางว่า เมื่อเราไปโดยทำนองนี้ก่อน พระศาสดาจักให้นำภิกษุเหล่านี้ ออกไป จึงเป็นทุกข์เสียใจ เดินน้ำตาไหลไป ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเกิด เป็นอย่างนี้แล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน