เล่มที่ 26

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบเท่าที่สัตว์เหล่านี้ยังไม่ทราบ ชัดตา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 404


เนื้อหา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบเท่าที่สัตว์เหล่านี้ยังไม่ทราบ ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งความแช่มชื่นโดยเป็นความแช่มชื่น ซึ่งโทษโดย ความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งธาตุ ทั้ง ๔ เหล่านี้เพียงใด สัตว์เหล่านี้ยังสลัดตนออกไม่ได้ พรากออกไม่ได้ ยัง ไม่หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และจาก หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจข้ามพ้นจากแดน กิเลสและวัฏฏะไม่ได้เพียงนั้น ก็เมื่อใดแลสัตว์เหล่านี้ได้ทราบชัดตามความ เป็นจริง ซึ่งความแช่มชื่นโดยเป็นความแช่มชื่น ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งธาตุทั้ง ๔ เหล่านี้ เมื่อนั้นสัตว์เหล่านี้ย่อมสลัดตนออกได้ พรากออกได้ หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก และจากหมู่สัตว์ พร้อมทั้ง สมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ จึงได้มีใจข้ามพ้นจากแดนกิเลสและวัฏฏะ อยู่ ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน โนเจทสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้. บทว่า ๑ นยทํ เป็นต้น ท่านประกอบด้วยการปฏิเสธตามที่กล่าว แต่ต้น พึงทราบอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายออกไม่ได้ พรากออกไม่ได้ หลุดพ้นไปไม่ได้ มีใจข้ามพ้นจากแดนกิเลสไม่ได้อยู่. พึงทราบวินิจฉัยใน นัยที่ ๒. บทว่า วิมริยาทิกเตน ได้แก่ มีใจไม่มีแดน. ในบทนั้น แดนมี ๒ คือ แดนคือกิเลส แดนคือวัฏฏะ. ก็ในบทเหล่านั้นกิเลส ของคนใดอันตนละได้แล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งยังละไม่ได้. ก็หรือว่า วัฏฏะครึ่งหนึ่ง ตนละได้แล้ว อีกครึ่งหนึ่งยังละไม่ได้. จิตของคนนั้นข้าม พันแดน หมายถึงกิเลส หรือวัฏฏะที่ละได้แล้ว. จิตข้ามพ้นจากแดน ไม่ได้ หมายถึงกิเลส หรือวัฏฏะที่ยังละไม่ได้. ส่วนในที่นี้ ท่านกล่าวว่า มีใจข้ามพ้นจากแดน ดังนี้ เพราะกิเลสและวัฏฏะแม้ทั้งสองละได้แล้ว. อธิบายว่า มีใจไม่ทำแดนไว้ ข้ามพ้นแดนอยู่. กล่าวสัจจะ ๔ เท่านั้น ไว้ใน ๓ สูตรเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน